ร้านสุราษฎร์พุทธคุณ

บทความร้านค้า : สุราษฎร์พุทธคุณ สะสม เสาะหา แบ่งเช่า โดยสุราษฎร์ทีม **ในทางภาคใต้นั้น พระสงฆ์ที่สร้างวัตถุมงคลออกมาแล้ว ถ้าลูกศิษย์ลูกหา ชาวบ้านนำไปใช้แล้วไม่ได้ผลนั้น ถือเป็นบาปอย่างมาก**
<< กลับสู่หน้ารายการบทความจากร้านค้า
หลวงพ่อขำ วัดหนองไทร

     หลวงพ่อขำ เกิดเมื่อประมาณ พ.ศ.2420 ณ บ้านนาทราย ต.หนองไทร อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดหนองไทร ครั้นเมื่ออายุครบบวชก็เข้ารับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดหนองไทร ได้ฉายาว่า "รัตตโน" แล้วก็ศึกษาวิชาการต่างๆ ทั้งมูลกัจจายน์ ตลอดทั้งวิทยาคมและไสยศาตร์จาก "พระอาจารย์เฒ่า" เจ้าอาวาสวัดหนองไทรรูปก่อนจนแตกฉาน ภายหลังหลวงพ่อขำได้เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองไทรสืบต่อจนกระทั่งมรณภาพเมื่อ พ.ศ.2490 ขณะที่มีอายุได้ประมาณ 70 ปี

     หลวงพ่อขำเป็นผู้ที่มีเมตตาธรรมสูงมาก ภายในวัดหนองไทรจะมีบรรดาสัตว์ต่างๆ มาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สัตว์บางตัวก็มีชาวบ้านนำมาถวาย ซึ่งท่านก็เลี้ยงดูด้วยความเมตตาสงสารเหมือนกันหมด สัตว์เหล่านี้ล้วนแต่เชื่องเลี้ยงโดยไม่มีการผูกล่ามหรือกักขัง หากินแต่ภายในบริเวณวัดและใกล้ๆ บางครั้งหากจะออกไปหากินไกลจากวัดบ้างก็จะกลับวัดเองโดยไม่มีใครทำร้าย หากว่าใครทำร้ายสัตว์เหล่านี้มักจะมีความวิบัติไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง และมีตัวอย่างปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ จนทำให้ไม่มีใครกล้าทำร้ายสัตว์เหล่านี้

     หลวงพ่อขำท่านสรงน้ำเพียงปีละครั้งเดียว แต่ก็แปลกที่ตัวท่านไม่มีกลิ่นสาบแต่อย่างใด แลดูเหมือนคนอาบน้ำเป็นปกติ ปีหนึ่งฝนแล้งมากเป็นเวลานานหลายเดือน ชาวบ้านจึงนิมนต์หลวงพ่อขำสรงน้ำเพื่อถือเคล็ดขอฝน ท่านก็ออกมากลางแจ้งแล้วทำพิธีขอฝน วันนั้นตรงกับวันแรม 8 ค่ำเดือน 5 ขณะที่ชาวบ้านร่วมกันทำพิธีสรงน้ำหลวงพ่อขำท้องฟ้าก็เกิดมืดครึ้มแล้วก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก นับแต่นั้นมาพอวันแรม 8 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี ชาวบ้านก็จะร่วมกันทำพิธีสรงน้ำหลวงพ่อขำทุกปีแม้ว่าท่านจะมรณภาพไปแล้ว

     เป็นที่ทราบกันว่าหลวงพ่อขำท่านสำเร็จ "วิชาหินเบา" จึงมีชาวบ้านเห็นหลวงพ่อขำท่านยกของหนักๆ แบบที่ต้องให้หลายๆคนยก ด้วยตัวท่านเพียงผู้เดียว เช่นท่อนซุง ท่านสามารถแบกขึ้นบ่าได้สบาย

     ที่หน้าวัดหนองไทรมีแม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านชื่อ "แม่น้ำพุมดวง" ซึ่งมีจระเข้อยู่จำนวนมาก และจะคอยทำร้ายผู้คนและสัตว์  หลวงพ่อขำจึงทำพิธีลงอาคมไว้ จระเช้เมื่อผ่านมาหน้าวัดหนองไทรก็จะลอยตัวขึ้นมาให้เห็นแต่ไกลไม่อาจดำน้ำจมลงได้

     หลวงพ่อขำท่านก็มีคุณวิเศษทางด้าน "วาจาสิทธิ์" เช่นกัน ท่านจึงระมัดระวังมากในการพูด เพราะกลังว่าจะเผลอพลาดพลั้งปากไปด่าคนอื่นแล้วมีอันเป็นไป แม้จะรวังอย่างใดท่านก็เผลอจนได้ ครั้งหนึ่งมีคนเอา "เหล็กไฟตบ"ของท่านไป สำหรับเหล็กไฟตบก็คือเครื่องมือจุดไฟสมัยก่อนทำด้วยเขาควาย เมื่อรู้ว่ามีคนขโมยไปท่านก็เผลอปากพูดขึ้นว่า "ใครเอาเหล็กไฟตบไปให้เอามาคืน ถ้าไม่คืนมือมันจะด้วน" ปรากฏว่าคนที่เอาไปภายหลังถูกงูกะปะกัดมือจนกลายเป็นแผลเน่าเปื่อยและสุดท้ายมือข้างนั้นก็ด้วนตามปากหลวงพ่อขำว่าเอาไว้จริงๆ

     มีอีกวิชาหนึ่งที่หลวงพ่อชำศักดิ์สิทธิ์มาก คือ "วิชาการเสดาะ" สมัยก่อนนั้นหากว่ามีใครกินอาหารแล้วมีก้างปลาหรือกระดูกติดคอ เมื่อเอามาให้หลวงพ่อขำทำน้ำมนต์ให้ดื่ม ก้างปลาหรือกระดูกที่ติดคอนั้นก็จะหลุดทันที แม้แต่วัตถุมงคลของท่านอย่างเช่น เหรียญ ตะกรุด หรือชานหมาก ก็สามารถเอามาแช่น้ำทำน้ำมนต์สะเดาะห์ห้างปลาหรือกระดูกให้หลุดจากลำคอได้เช่นกัน

     การรักษาโรคโดยวิชา แพทย์แผนโบราณของหลวงพ่อขำขึ้นชื่อมาก และรักษาคนหายกันมากมาย แต่เมื่อก่อนที่ท่านจะมรณภาพประมาณ 2 สัปดาห์ท่านเกิดอาพาธ ท่านกลับไม่ยอมประกอบยาตามวิชาการแพทย์แผนโบราณของท่านเองขึ้นรักษา แม้ชาวบ้านจะนำแพทย์มาให้รักษาท่านก็ไม่รับ เอายาจากที่อื่นมาให้ท่านก็ไม่ฉัน ท่านบอกว่า "กูจะหมดอายุขัยแล้ว ถึงจะรักษาอย่างไรก็อยู่ไม่ได้" ท่านจึงได้แต่นอนภาวนา และสุดท้ายก็มรณภาพไปโดยอาการสงบ

     เหรียญหลวงพ่อขำรุ่นนี้เป็นเหรียญรุ่นแรกสร้างเมื่อราวปี พ.ศ.2490 ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปคล้ายใบสาเก ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อขำครึ่งองค์ หันหน้าตรง ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ ข้างล่างเป็นตัวหนังสือไทยว่า "หลวงพ่อขำ รตฺตโน" ส่วนด้านหลังข้างบนเป็นตัวหนังสือไทยว่า "สุราษฎร์ธานี" เหรียญรุ่นนี้เท่าที่พบมีเนื้อ "อัลปาก้า" ชนิดเดียว จุดสังเกตของเหรียญนี้ให้ดูด้านหน้า จะมีเส้นบล็อกแตกพาดจากลูกตาขวาหลวงพ่อขำลงมาจรดขอบเหรียญข้างล่าง

     เหรียญหลวงพ่อขำรุ่นนี้มีประสบการณ์ทางป้องกันอันตรายสูงมาก เคยมีคนห้อยเหรียญถูกฟ้าผ่าจนสลบ แต่เมื่อฟื้นขึ้นมาร่างกายกลับเป็นปกติดีทุกอย่าง และที่ทำให้เหรียญนี้ดังมากก็ตอนที่มีคนห้อยเหรียญนี้แล้วถูกรถไฟชนจนสลบไป 2-3 วัน พอฟื้นขึ้นมาร่างกายก็ปกติดีทุกอย่าง ส่วนเรื่องถูกยิงแต่ไม่เข้าเหรียญรุ่นนี้ก็มีมาก เหรียญนี้จึงเป็นเหรียญประสบการณ์ดีอีกเหรียญหนึ่งของ จ.สุราษฎร์ธานี

 
 
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

   Username :  
   Password :  
 2002 - 2013 TARADPRA.COM All Rights Reserved
หน้านี้ใช้เวลาในการแสดงผล 0.3749972 วินาที