ร้านสุราษฎร์พุทธคุณ

บทความร้านค้า : สุราษฎร์พุทธคุณ สะสม เสาะหา แบ่งเช่า โดยสุราษฎร์ทีม **ในทางภาคใต้นั้น พระสงฆ์ที่สร้างวัตถุมงคลออกมาแล้ว ถ้าลูกศิษย์ลูกหา ชาวบ้านนำไปใช้แล้วไม่ได้ผลนั้น ถือเป็นบาปอย่างมาก**
<< กลับสู่หน้ารายการบทความจากร้านค้า
ทำความสะอาดพระแบบไหนควรและไม่ควรทำ

กรรมวิธีในการทำความสะอาดพระ

ยุคแรก

1. สรงน้ำ

     กรณีนี้ให้สมมุติเอาพระสมเด็จเป็นที่ตั้ง เมื่อได้มาใหม่ๆ ให้ใช้แอลกอฮอล์ชโลมเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อน แล้วจึงสรงด้วยน้ำอุ่น ใช้สำลีลูบไล้ตามซอกต่างๆให้ทั่วแล้วนำไปผื่งลมให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วอาจพบว่าสีพระจะซีดไปบ้าง อันเนื่องมาจากเหงื่อไคล หรือฝุ่น หรือขี้มือ หลุดออกไป

     การแก้ไขความซีดของเนื้อพระนี้ทำได้โดย ให้ใช้น้ำหอมสีอ่อนๆ สรงให้ทั่วองค์ เนื้อพระจะมีวรรณะเข้มขึ้นดังเดิม

2. กำจัดฝุ่นละออง

     ใช้คอทตอนบลัชลูบเบาๆ ปั่น ปัดในซอก ฝุ่นละอองก็จะหลุดออกไป วิธีนี้จะเหมาะสำหรับพระที่ต้องการเก็บเข้ากล่องนานๆ

3. กำจัดเชื้อรา

     เมื่อถึงฤดูฝนพระที่เก็บไว้นานๆอาจมีความชื้นมากกว่าปกติ ดังนั้นจึงควรนำพระออกมาทำการผึ่งแดดบ้าง เพราะอาจจะมีเชื้อราบางๆ จับอยู่ตามซอก

     วิธีแก้หากมีเชื้อราเกาะอยู่ให้ใช้ขนมปังปอนด์ เอาเฉพาะส่วนที่นุ่มๆตรงกลาง ตบเบาๆ บนเนื้อพระ ราและผงฝุ่นก็จะหลุดออกหมด แต่ถ้าหากต้องการทำความสะอาดให้หมดจด ก็ให้เอาพระซุกเอาไว้ตรงกลางของเนื้อขนมปัง แล้วนำผ้าชุบน้ำหมาดๆ ห่อขนมปังไว้อีกที แต่ต้องคอยระวังอย่าให้ผ้าแห้ง เพราะจะทำให้ขนมปังแข็งตัว ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 คืน เมื่อเอาพระออกมา ให้ใช้แปรงอ่อนๆ ปัดเศษขนมปังออกให้หมด จากนั้นให้นำพระไปผึ่งลมให้แห้งสนิท เท่านี้เนื้อพระก็จะสะอาดเกลี้ยงเกลา วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพระสมเด็จ ชนิดมีแป้งโรยพิมพ์

4. กำจัดความชื้น

     ความชื้นที่ว่านี้อาจมีคราบน้ำมันอันเกิดจากเหงื่อไคลไม่มากนักและไม่มีขี้มือเปรอะเปื้อน มีวิธีปฏิบัติดังนี้

     4.1 ใช้ข้าวสารกลบไว้ในภาชนะขนาดย่อมๆ 2-3 คืน เมื่อเอาออกมาให้ใช้แปรงขนอ่อนๆ ปัดฝุ่นข้าวสารออก เนื้อพระก็จะแห้งปราศจากคราบน้ำมัน ผิวพระจะนวลนุ่มชุ่มชื่นกว่าเก่า เหมาะสำหรับทำความสะอาดพระเนื้อนุ่ม

     4.2 สรงด้วยน้ำซาวข้าวที่มีตะกอนข้นๆ แช่พระไว้ 1-2 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปล้างออกด้วยน้ำสะอาด นำไปผึ่งลมให้แห้งสนิท เหมาะสำหรับพระเนื้อแกร่ง

5. ล้างสนิม

     ในกรณีที่มีสนิมเหล็กจับอยู่ที่เนื้อพระ ให้ใช้เปลือกหมาก เจียนเป็นชิ้นเล็กๆ จุ่มน้ำยาล้างสนิม ถูเบาๆ หลายๆ ครั้ง สนิมจะค่อยๆ หลุดออก ข้อควรระวัง อย่าถูแรงๆ เพราะจะทำให้ผิวพระเสียได้

6. ล้างสี

     ในกรณีที่เนื้อพระเปื้อนสี หากเป็นสีน้ำมันให้ล้างออกด้วยทินเนอร์ ถ้าเป็นสีชนิดอื่นให้ใช้น้ำยาคลอรีน หรือซัลเฟอร์ไดออกไซด์ล้างสีออก แล้วนำไปล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง ผึ่งให้แห้งสนิท

ยุคหลัง

1. การแช่ด้วยผงชูรส (ใช้กับพระเนื้อโลหะ เหรียญ หรือรูปหล่อ)

     ให้แช่ทิ้งไว้ราวครึ่งชั่วโมง หรือนานกว่านั้นตามความสกปรก แล้วเช็ดออกด้วยสำลีหรือล้างน้ำสะอาด แต่ววิธีนี้อาจทำให้เนื้อพระเปลี่ยนสีไปเลยได้ เช่นเหรียญทองแดง จะกลายเป็นสีนาค ถ้าไม่ชอบและไม่อยากรอนานเป็นเดือนๆ กว่าพระจะกลับไปเป็นสีเดิม อาจใช้ขี้ผึ้งเบอร์ 28 ทาบางๆ ก็ได้  เป็นอีกวิธีที่ไม่ควรทำ

     แต่ถ้าให้ดีควรรักษาผิวไว้เหมือนเดิมดีกว่า ถ้าอยากจะทำความสะอาดจริงๆ สามารถล้างด้วยแชมพูอ่อนๆ ผสมกับน้ำอุ่นก็พอแล้ว นอกจากเหรียญนั้นจะขึ้นสนิมเขียวหนาๆ บางคนจะนำไปแช่ครีมทาผิว ทิ้งไว้นานๆ หน่อยค่อยเช็ดออก

2. ไม่ควรขัดด้วยน้ำยาขัดโลหะ

     น้ำยาสำหรับขัดโลหะ สามารถขัดพระประเภทเนื้อสำริดหรือทองผสมได้สะอาดหมดจดก็จริง แต่โลหะจะสึกมากกว่าการแช่ด้วยผงชูรสเพราะต้องขัดถู การขัดพระ ล้างพระ ควรทำด้วยความระมัดระวัง การใช้กรดอย่างอ่อน เช่น มะนาว มะขาม ในพระเนื้อผง จะทำให้พระดูซีดขาวเผือด ไร้นวลแป้งโรยพิมพ์ ทำให้ขาดเสน่ห์ ไม่สวย หรือนำมาล้างเนื้อโลหะก็เช่นกัน อาจทำเฉพาะที่ เช่นมีสนิมเขียวเกาะในจุดที่ต้องใช้เป็นหลักในการพิจารณา อาจทำความสะอาดเฉพาะจุดนั้น ด้วยความระวังก็เพียงพอ

     ประเภทเหรียญ ถ้าสกปรกมาก มีกลิ่นเหงื่อไคล เพียงล้างด้วยแชมพูผสมน้ำ ล้างให้สะอาด เช็ดจนแห้ง แล้วใช้ปลายพู่กันปัดให้ขึ้นเงา ก็สะอาดแล้ว

     ในพระเนื้อว่าน เนื้อผงอื่นๆ ทำความสะอาดด้วยการปัดด้วยพู่กันแห้ง ปัดตามซอกมุมให้ฝุ่นออกให้หมด หรือใช้คอทตอนบลัชเช็ดสลับกับพู่กัน ไม่ควรให้เปียกน้ำ เพราะอาจจะทำให้เสียพระไปทั้งองค์

 
 
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

   Username :  
   Password :  
 2002 - 2013 TARADPRA.COM All Rights Reserved
หน้านี้ใช้เวลาในการแสดงผล 0.2051311 วินาที