พ่อท่านเพชร เป็นชาวบ้านท่าวัง จ.นครศรีธรรมราช เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ปีฉลู(พ.ศ.2395) บิดาชื่อขาว มารดาชื่อ กิมล้วน
เมื่ออายุครบ 8 ขวบ บิดาได้พาท่านไปฝากเรียนที่สำนักพระครูการาม (จู) วัดมเหยงค์ จ.นครศรีธรรมราช พออายุ 13 ปี ก็ได้ไปอาศัยอยู่กับพระศิริธรรมบริรักษ์ เจ้าเมืองนครศรีฯขณะนั้น เมื่อครั้งพวกจีนฮ่อยึดเมืองไทรบุรีซึ่งเป็นหัวเมืองทางภาคใต้ของไทยขณะนั้น เจ้าเมืองนครศรีฯ จึงได้ส่งท่านพร้อมกับพลพรรคจำนวนหนึ่งไปปราบจีนฮ่อและได้รับชัยชนะกลับมาและเมื่อทางกรุงเทพทราบข่าวจึงได้ให้ส่งท่านขึ้นมาเมืองหลวงเพื่อดูตัว แต่ท่านไม่ต้องการจึงได้หนีออกจากวังเจ้าเมืองไป
เมื่อ พ.ศ.2425 ท่านได้หนีไปหลบซ่อนตัว และประกอบอาชีพที่บ้าน ระหว่างนี้ท่านก็ได้เสาะหาอาจารย์ที่มีความรู้เรื่องไสยศาสตร์เพื่อศึกษาหาความรู้ วิชาที่ท่านสนใจมากคือทางคงกระพันชาตรี
ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2437 ได้ตัดสินใจบวชที่วัดกลางโดยมีพระครูสุวรรณรังษี (มี) วัดกลางเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับนามฉายาว่า อินทโชติ อุปสมบทแล้วท่านได้พำนักเพื่อศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดไทร ครั้น พ.ศ.2439 ชาวบ้านบางกุ้งได้นิมนต์ท่านไปพำนักที่วัดท่าทองใหม่ พ.ศ.2442 ชาวบ้านเฉงอะได้นิมนต์ท่านไปพัฒนาที่พักสงฆ์เป็นวัดโดยมีชื่อว่า วัดวชิรประดิษฐ์
พ่อท่านเพชรมีคุณวิเศษเรื่อง "วาจาสิทธิ์" เมื่อท่านประกาศิตอย่างไรออกไป ผลก็จะออกมาเป็นอย่างนั้นทุกอย่าง และเมื่อท่านอายุมากขึ้นก็อาพาธด้วยโรคชรา และได้มรณะภาพอย่างสงบเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2480 รวมอายุได้ 85 ปี
ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้อนุญาตให้สร้างเหรียญเพียงรุ่นเดียว เมื่อ พ.ศ.2470 กว่าๆ เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่เนื้อเงิน หูเชื่อมด้านหน้าเป็นรูปพ่อท่านเพชรนั่งพับเพียบ มือซ้ายวางบนเข่าซ้าย มือขวาวางทับมือซ้ายอีกทีหนึ่ง ข้างบนมีตัวหนังสือไทยว่า"ให้ไว้เป็นที่ระลึก" ข้างล่างเป็นตัวหนังสือไทยว่า"พระครูประกาศิตธรรมคุณ" ส่วนด้านหลังเรียงปราศจากอักขระและเลขยันต์ใดๆทั้งสิ้น เหรียญรุ่นนี้ในพื้นที่เองหาคนปล่อยยากมาก
หลังจากท่านมรณภาพแล้ว ทางวัดได้สร้างเหรียญพ่อท่านเพชรอีกหลายรุ่น สำหรับรุ่น2และ3 ซึ่งสร้างไม่ทันท่าน แต่ก็ยังเล่นหากันแพง