ไม่มีใครทำได้หยั่งกู ...ไม้เท้าพ่อครู (อุดประจุด้านเดียว) หลวงปู่ภู วัดอินทร์ พอกผงลงรัก (รักดำอมแดงแตกระยิบเป็นเกล็ดกระดี่) มันฝุดๆ ฟอร์มนิยม (จุกน้ำปลา)
ดอกนี้แม้จะไม่ได้ถักเชือกมาแต่เดิม..แต่ก็ทำให้เห็นประจุที่อุด ไม่ต้อง x-ray ไม่ต้องลุ้นให้เสียว หรือมีเลี้ยวกลับ ดูง่ายจบ พุทธคุณไม่ต้องพูดถึง บอกได้คำเดียวว่า...
...ดอกเดียวเอาอยู่ครับ ....!!!! ตัวจริงหายากมากๆ ครับ
กรรมวิธีการสร้างไม้ครูของท่านทำได้ยากมาก ดั่งที่ท่านเคยกล่าวให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดฟังว่า .... " ไม่มีใครทำได้อย่างกู "
วัสดุที่ใช้สร้างก็สุดแสนจะหายาก เพราะท่านต้องเดินธุดงค์เข้าไปในป่าลึกนานถึง ๓๐ ปี เพื่อจะไปหาไม้ไผ่สีสุขที่ถูกฟ้าผ่าล้มปลาย ชี้ไปทาง
ทิศตะวันออกเท่านั้นถึงใช้ได้ในตำราระบุว่า ไม้นี้เปรียบประดุจไม้ยันวรกายของท้าวเวสสุวรรณ และภายใน ๗ วัน ท่านจะรอจนกว่าโขลงช้างผ่านมาพบ แล้วกระโดดข้ามกอไผ่นี้ทั้งโขลง ก่อนที่ท่านจะตัดไม้ไผ่ดังกล่าว ท่านจะต้องทำพฺิธีพลีกรรมเสียก่อน (* การพลีกรรม คือ การขอของจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าป่า เจ้าเขา รุกขเทวดา เพื่อเพิ่มความเข้มขลังให้มากยิ่งขึ้น
เมื่อท่านได้ไม้ไผ่มาแล้ว ท่านจะนำมาลงอักขระ แล้วใช้เป็นไม้เท้ายันกายในยามที่ท่านเดินธุดงค์ ขณะที่ท่านพบ ศพที่ตายวันเสาร์ เผาวันอังคาร
ท่านจะใช้ไม้เท้านั้นจิ้นศพจนกว่าจะครบ ๗ ศพ จากนั้นท่านจะนำไม้เท้าอันนี้มาผ่าให้เป็นแผ่นเล็ก ๆ เรียกว่า จักตอก เตรียมไว้สำหรับลงพระนามที่ได้รับจาก เบื้องบน โดยหลวงปู่ท่านจะมองขึนไปบนท้องฟ้าครั้งละนาน ๆ บางครั้งก็ไม่นาน เมื่อท่านได้พระนามจากเบื้องบนมาแล้ว ท่านก็จะำการบรรจุไม้ลงพระนาม เข้าไปในไม้ที่เจาะเตรียมไว้อุดด้วยไม้ลงอักขระทับอีกที เป็นอันเสร็จพิธีนับว่าสร้างยากจริง ๆ ลูกศิษย์ท่านใดอยากได้ไม้ครูต้องขอท่านก่อนวันเสาร์ และ ถ้าท่านตกลงให้ ผู้นั้นจะต้องจัดเครื่องไหว้ ดังนี้ มีหัวหมู บายศรี มะพร้าวอ่อน และอื่น ๆตามที่ท่านจะสั่ง ที่ขาดไม้ได้คือ ไม้ไผ่ที่ตัดเหลือข้อไว้ข้อหนึ่ง หรือ ไม้ที่เจาะรู จะไม้ผยุง ไม้ขนุน และอีกอย่างอย่าง เมื่อได้ของครบแล้ว ท่านก็จะทำพิธีลงพระนามในไม้ตอกที่ท่านเตรียมไว้ บางเสาร์จะมีหัวหมูเครื่องบายศรีถึง ๙ หัวด้วยกัน แสดงว่าวันนัั้นท่านทำถึง ๙ อัน การบรรจุไม้เท้า ถ้าข้างเดียวเรียกว่า ไม้เท้าพ่อครู หรือสองข้างเรียก นิ้วชี้พระอิศวร หรือชี้ต้นตายชี้ปลายเป็น
เครดิตข้อมูล : นิตยสาร The art of siam no.34