ร้านรับทรัพย์
12
เสือเขี้ยวเต็ม หลวงพ่อปาน
เสือเขี้ยวเต็ม หลวงพ่อปาน
[ชื่อพระ] เสือเขี้ยวเต็ม หลวงพ่อปาน
[รายละเอียด] เสือเขี้ยวเต็ม เขี้ยวเสือ หลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาสเขี้ยวเสืออันนี้ จะเห็นว่า เป็นเสือหุบปาก หน้าแมว หูหนู ตาลูกเต๋า ยันต์กอหญ้า คาถาที่หลวงพ่อปาน ใช้ปลุกเสือ นำไปใช้กันได้ครับ ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่า โอม พยัคโฆ พยักฆา สูญญา ลัพพะติ อิติ ฮัม ฮัม ฮึม ฮึม (ว่าคาถา จบ แล้วอฐิษฐานเลยครับ) เขี้ยวเสือของหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ ย จะต้องทำจากเขี้ยวเสืออย่างเดียวเท่านั้น จะไม่ใช่เขี้ยวของสัตว์ชนิดอื่น จะมีทั้งเต็มเขี้ยว และเขี้ยวซีก มีคุณสมบัติทึบแสง รูเขี้ยวเป็นวงรี ซึ่งมีทั้งรูใหญ่ (เขี้ยวกลวง) และรูเล็ก นอกจากนี้รอยแกะต้องไม่เป็นเครื่องมือสมัยใหม่ (เครื่องกรอฟัน)อันว่า 'เขี้ยวเสือของหลวงพ่อปาน' นั้น ท่านแกะจากเขี้ยวเสือโคร่ง ลงเหล็กจารด้วยตัวเองปลุกเสกโดยใส่ 'พระคาถาหัวใจเสือโคร่ง' ลูกศิษย์ลูกหาได้ยินท่านว่า พยัคโฆ พยัคฆา สุญญา สัพพติ อิติ ฮัมฮิมฮึม (ตรงฮัมฮิมฮึมนี้ผู้เขียนเข้าใจเอาเองว่าน่าจะเป็นเสียงเสือคำรามหรือลูกศิษย์ฟังไม่ออก) มีช่างที่แกะเสือแล้วเป็นศิษย์ท่านด้วยกัน 5 คน แกะไม่เหมือนกันซะทีเดียว ขนาดจะไม่ใหญ่มากนัก นั่งปากเม้มหุบสนิท ตากลม ขาหน้าทั้งสองใหญ่ เล็บจิกลงบนพื้น แถบต่างจังหวัดจะมีช่างแกะคอย เวลาท่านไปธุดงค์ก็จะให้ปลุกเสก ที่สำคัญให้ดูรอยจารใต้ฐาน ท่านมักจะจารเองเป็น นะขมวด ที่เรียกกันว่า 'ยันต์กอหญ้า' และตัว 'ฤ ฤา' ลักษณะที่บอกเอกลักษณ์ในปัจจุบันคือ เสือหน้าแมว หูหนู ตาลูกเต๋า ยันต์กอหญ้า ซึ่งมีทั้งเสือหุบปาก และเสืออ้าปาก เขี้ยวต้องกลวง มีทั้งแบบซีก และเต็มเขี้ยว เขี้ยวหนึ่งอาจแบ่งทำได้ถึง 5 ตัว ตัวเล็กๆ เรียก เสือสาลิกา เป็นปลายเขี้ยว ส่วนใหญ่พบว่าเป็นซีก คนโบราณนิยมเลี้ยงไว้ในตลับสีผึ้งทาปาก วิธีจาร ท่านจะจารตัวอุมีทั้งหางตั้งขึ้นและลง ที่ขาหน้าค่อนไปทางด้านบน และลงอักขระคล้ายเลข 3 หรือเลข 7 ไทยขยักๆ หางลากยาวหน่อย ตรงสีข้างส่วนใต้ฐาน ท่านจะจารยันต์กอหญ้า ถ้าเสือตัวใหญ่หน่อยท่านจะลงยันต์กอหญ้า 2 ตัว ตรงข้ามกัน และลงตัว ฤ ฤา พร้อมตัวอุณาโลม บางตัวมีรอยขีด 2 เส้นขนานกันดูให้ดีจะเห็นเป็นเส้นลึกและคมชัด นอกจากนี้ ต้องดูความเก่าของเขี้ยวเสือให้เป็น คือ ต้องแห้งเป็นธรรมชาติ วรรณะเหลืองใส มีรอยหดเหี่ยวโบราณเรียก เสือขึ้นขน เห็นเป็นเสี้ยนเล็กๆ อาจมีรอยแตกอ้า หากผ่านการใช้สียิ่งเข้ม ส่วนของปลอมจะเอาเขี้ยวหมี เขี้ยวหมูป่ามาเคี่ยวด้วยน้ำมันงา แต่ถ้าดูเป็นจะเห็นว่าอมน้ำมัน ของจริงจะแห้ง ใส เหลือง ไม่อมน้ำมัน ผิวเป็นมันวาวไม่ด้าน บางพวกคั่วน้ำมันงาเสร็จจะมาต้มในน้ำร้อนไล่น้ำมันแต่ผิวจะด้าน ถ้าเจอมีสีเขียวใสๆ จับ นั่นนะเป็นรอยไหม้ตอนคั่ว ตอนหลังหาเขี้ยวสัตว์ยากเลยเอากระดูกสัตว์มาทำ บางอันเป็นเรซินไปแช่ด่างทับทิม หรือทิงเจอร์ฯ แช่แป๊บเดียวรอยคราบเหลืองเก่าจะจับตามซอกและผิว จากนั้นจะนำมาขัด ถ้ารู้วิธีก็จะดูได้ง่ายขึ้น และสีของเขี้ยวจะไม่เป็นสีเดียวกัน จะมีอ่อนแก่ ยิ่งใกล้รูกลวงสีจะอ่อน และรูเขี้ยวเสือจะเป็นวงรีหรือกลมค่อนไปทางรี ถ้าเห็นรูแสดงว่าเป็นเต็มเขี้ยว ของปลอมจะใช้สว่านเจาะให้เป็นรู ถ้ารูค่อนไปทางเหลี่ยมสามเหลี่ยมจะเป็นเขี้ยวหมี พุทธคุณ โดดเด่น ทางมหาอำนาจควรติดตัวไว้จะได้เป็นที่เกรงขามของสัตว์ป่าและสัตว์หน้าขนทั้งหลาย และเวลาเข้าไปในป่าก็อาราธนาให้คุ้มกันภัยได้ แถมยังเอาแช่น้ำทำน้ำมนต์แก้ไข้ป่า นอกจากนี้ยังมีพุทธคุณทางแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และมหาอุด
[ราคา] 0.00
[ติดต่อเจ้าของร้านรับทรัพย์] เบอร์โทรศัพท์ : 024293256 , เบอร์มือถือ : 0852337704
 
 
 2002 - 2013 TARADPRA.COM All Rights Reserved
หน้านี้ใช้เวลาในการแสดงผล 0.2187386 วินาที