|
|
|
|
|
[ชื่อพระ]
พระราหู อมจันทร์ ดั้นเมฆา หลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง
|
|
[รายละเอียด]
พระราหู อมจันทร์ ดั้นเมฆา
ตำนานพระราหูในพระพุทธศาสนา
พระราหูในพระพุทธศาสนา ผู้ทรงพระนามว่า อสุรินทราหู ผู้จักมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตทรงพระนามว่า พระนารทะสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามความในคัมภีร์อนาคตวงศ์ จัดพิมพ์เผยแพร่โดยมหามงกุฎราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปราชญ์ผู้รู้ในพระศาสนาโบราณจารย์ทั้งหลายมีติตรงกันหลายร้อยปีแล้วว่า พระราหูในศาสนาฮินดู พราหมณ์ เป็นพระราหูองค์เดียวกันกับ อสุรินทราหู ในพระพุทธศาสนา จะแตกกันเฉพาะประวัติความเป็นมาเท่านั้น ที่ทางศาสนาพราหมณ์แต่งเป็นเรื่องพิสดารพันลึกตามรูปแบบของแขกอินเดีย ซึ่งทางพระพุทธศาสนาจะไม่มีอย่างนั้นเลย พระพุทธศาสนาจะบอกแต่เพียงว่า พระสารีบุตรทูลถามพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ในกับน์อื่นจะมีพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติตรัสรู้เป็นพุทธเจ้าอำนวยบทหรือพระเจ้าข้า
พระบรมศาสดา ตรัสตอบว่า ดูกรพระธรรมเสนาบดีสารีบุตร ผู้เจริญเมื่อศาสนาของพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า ธรรมสารี ล่วงไปแล้ว เมื่อสารดับล่วงไปแล้ว กัปหนึ่งๆชื่อลักขกัป เกิดเป็นสุญญกัป เมื่อลักษะกัปหนึ่งล่วงไปแล้ว มัณฑกัปได้เกิดขึ้นแล้วในกัปนั้นมี พระพุทธเจ้า เสด็จ อุบัติ 2 พระองค์ คือ
พระนารทะพุทธเจ้า 1
พระรังสีมุนีพระพุทธเจ้า 1
อสุรินทราหู จักเป็นพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า นารทะ ก่อนพระพุทธเจ้ารังสีมุนี
พระนารทะพุทธเจ้า ทรงมีพระวรกาย สูง 120 ศอก แสงสว่างจำนวนหนึ่งเป็นแสงสว่างพุทธรังสี ได้เป็น เช่น ดอกปทุมทีเดียวพระพุทธองค์ ทรงมีพระชนมายุ 1 หมื่นปี มีต้นไม้จันทร์เป็นไม้ตรัสรู้ รส 7 ประการ ได้เกิดขึ้นในสกลปฐะพีมหาชนทั้งปวงบริโภครสปฐพีเลี้ยงชีพ
ดูกรพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรผู้เจริญ พระนารทะพระพุทธเจ้าได้ให้ทานอะไรจึงได้มหาสมบัติเห็นปานนี้
ดูกรพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรผู้เจริญ พระนารทะพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมี 10 ประการ มีพระบารมีข้อหนึ่งที่ปรากฏแก่กล้าจึงทรงได้มหาสมบัติเห็นปานนี้
ดูกรพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรผู้เจริญในกาลแห่งพระกัสสปพุทธเจ้าพระโพธิสัตว์(อดีตชาติของนารทะพุทธเจ้า)ได้เสด็จอุบัติเป็นพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า สิริคุตมีพระนคร ชื่อ นิรมลนคร พระองค์ทรงมีมหาเทวี ทรงพระนามว่า ลัมพุสสาเทวี พระราชาทรงมีพระโอรสและพระธิดา 2 พระองค์ พระโอรสทรงพระนามว่า นิโครธะกุมาร พระธิดา ทรงพระนามว่า โคตมี
วันหนึ่ง พราหมณ์ 8 คน มาเฝ้าพระราชาสิริคุต ถวายสดุดี พระราชาด้วยเสียงกึกก้อง แล้วทูลขอพระนครนิรมลนคร พระราชาสิริคุตทรงโสมนัสปิติยินดี พระราชทานพระนครแก่พราหมณ์ 8 จากนั้นพระราชาทรงพาพระราชโอรส พระธิดา และพระเทวี เสด็จออกจากพระนครเข้าไปในป่าพนาสนต์ สร้างอาศรมบนพระธรรมิกบรรพต ทรงรักษาศีลทั้ง 4 พระองค์ อยู่ ณ อาศรมนั้น
ในกาลนั้น มียักษ์ตนหนึ่ง มีร่างกายสูง 120 ศอก ออกจากป่ามาปรากฎในที่เฉพาะพระพักตร์ของ 4 พระองค์ ยักษ์ได้กล่าวว่า
ข้าแต่มหาราชา ข้าพระองค์ เป็นยักษ์รักษาป่า ดื่มกินเลือด กินเนื้อยังชีพ วันนี้ข้าพระองค์กินช้าง 7 ตัว ม้า 14 ตัว เนื้อ 20 ตัว ไม่สามารถหักห้ามความหิวกระหายไว้ได้ ข้าแต่มหาราชบัดนี้ข้าพระองค์มาที่นี่เพื่อทูลขอพระโอรส และพระธิดา ทั้ง 2 พระองค์ ถ้าพระองค์ทรงขอพระราชทานพระโอรส และพระราชธิดาแก่ข้าพระองค์แล้วไซร้พระองค์จักได้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต ในกาลนั้นพระราชาสิริคุตทรงสดับถ้อยคำของยักษ์ตนนั้นแล้วได้ตรัสว่า
ดูก่อนยักษ์ผู้มีหน้างาม ผู้เจริญ เราเลี้ยงพระโอรสพระธิดาทั้ง 2 ไว้เพื่อให้ทาน บัดนี้เจ้ามาที่นี่เพื่อขอกุมารทั้ง 2 นี้ เราจักให้พระโอรสพระธิดาทั้ง 2 แก่เจ้า
ตรัสแล้วเสด็จลุกขึ้นจูงพระโอรส พระธิดา ไปทรงใช้พระหัตถ์ข้างขวาถือคนโทน้ำ ตรัสว่า
ดูก่อนยักษ์ผู้เจริญ ท่านจงมาสู่สำนักเรา ตรัสแล้วทรงหลั่งน้ำทักษิโณทกในการให้ทาน พระองค์ทรงชี้ที่ปฐพี(แผ่นดิน) และหมู่เทวดาให้เป็นพยานพระองค์ได้ตั้งความปรารถนาว่า
ดูก่อนปฐพี และหมู่เทวดาผู้เจริญทั้งหลาย จงมาเป็นพยานให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด พระสัพพัญญุตญาณ เท่านั้น เป็นที่รักยิ่งของข้าพเจ้ายิ่งกว่าบุตรธิดาด้วยผลแห่งการให้บุตรธิดาอันเป็นที่รักนี้ เราไม่ต้องการจักรพรรดิ ไม่ต้องการสมบัติ ไม่ต้องการอินทรสมบัติ มารสมบัติก็ไม่ต้องการ พรหมสมบัติก็ไม่เอา ประเทศชาติราชบัลลังก์ ก็ไม่ต้องการ แต่เราต้องการสัพพัญญุตญาณสมบัติเท่านั้น ขอการให้บุตรและธิดานี้ จงเป็นปัจจัยแห่งสัพพัญญุตญาณเถิด
เมื่อพระราชาสิริคุต ตั้งความปรารถนาสิ้นสุดลง พลันพื้นปฐพีได้สะท้านสะเทือนไหว มหาสมุทรสาครก็กระเพื่อมเป็นคลื่นยักษ์มโหฬาร กระฉอกกระฉาน ขุนเขาสิเนรุราชได้โน้มยอดลงสู่ธรรมิกบรรพต เปรียบประดุจดังยอดหวายอ่อนลงเพราะถูกลนด้วยไฟ พายุฝนก็ดังกระหึ่มกึกก้องให้ฝนตกกระหน่ำลงมา สายฟ้าไม่ใช่ฤดูกาลก็แลบแปลบปลาบสว่างไสวน่าสะพรึงกลัว
ท้าวสักกะเทวราชทรงเป่าสังข์วิชยุตตระ ท้าวมหาพรหมทรงปรบพระหัตถ์ เทวดาทุกหมู่เหล่าพากันสาธุการกึกก้องกังวาน ล้วนเกิดอัศจรรย์เป็นอันมาก
พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ดูกรพระธรรมเสนาบดีสารีบุตร ปรากฎการณ์ มหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น พระอินทร์ พระพรหม ภุมมะเทวดา อากาศเทวดา รุกขเทวดา โสมเทวดา พระยม ท้าวเวสสุวัณ ได้พร้อมกันยกย่องพระราชาผู้ทรงคุณประเสริฐของนรชน
ดูกรพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรผู้เจริญในกาลนั้น ยักษ์ได้พา 2 กุมาร พระโอรส พระธิดา ไปด้านหลังบรรณศาลา เอาฟันกัดคอ 2 กุมาร ดื่มดินเลือดเคี้ยวเนื้อกินอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตแล้วพระองค์ราชาสิริคุตทอดพระเนตรเห็นพระโอรส พระธิดา ถูกยักษ์เคี้ยวกินอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตแล้วพระองค์ไม่ทรงหวั่นไหวพระทัยเลย ทรงชมเชยการให้ทานของพระองค์ว่า
ข้าแต่หมู่เทวดาผู้เจริญทั้งหลาย น่าอัศจรรย์จริงหนอ ทานของเราประเสริฐแท้ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า
ดูกรพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรผู้เจริญด้วยผลแห่งการให้กุมารทั้ง 2 เป็นทานมหาชนทุกจำพวกจะบังเกิดความสวยงามแห่งรูปและด้วยผลที่ยักษ์ตนนั้นได้เคี้ยวกิน 2 กุมาร พระองค์ตรงพระพักตร์ พระราชาสิริคุต แสงสว่างแห่งพุทธรัศมีจะบังเกิดตลอกกาลเป็นนิตย์ ทั้งกลางวัน และกลางคืน
ดูกรพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรผู้เจริญมหาชนทุกจำพวกไม่ได้บรรลุมรรคผลในศาสนาของตถาคต ไม่ได้บรรลุมรรคผลในศาสนาของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ คือ
พระศรีอริยเมตไตรย
พระรามสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระธรรมราชสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระธรรมสามีสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในอนาคต ของท่านทั้งหลายจงตั้งวามปรารถนาบรรลุมรรคผลในศาสนาของ อสุรินทราหูราชนารกะสัมมาสัมพุทธเจ้า เถิด
การบูชาพระราหู
จะนำความสำเร็จหรือมีโชคอย่างดีที่สุด และมีทางจะร่ำรวยด้วยอิทธิพลของเลข ๘ การบูชาจึงให้ใช้ของดำ ๘ อย่าง ดังนี้ ไก่ดำ เหล้าดำ การแฟดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ ถั่วดำ ขนมเปียกปูนดำ และไข่ดำ จะมีความสำเร็จหรือมีโชคลาภอยู่เสมอ การเงิน การลงทุนทุกอย่างจะมีทางรวย ปัญหาที่มีบ้างก็สามารถแก้ไขไปจนเรียบร้อย
วันบูชา ขอให้บูชาในวันพุธตอนกลางคืน (เวลาใดก็ได้ที่สะดวก) กลางแจ้งที่มีลมพัดผ่าน ทิศ หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบูชา ๘ อย่าง ดังที่กล่าวไว้แล้ว
ท่านที่หาของตามนี้ไม่ได้ ก็เปลี่ยนเป็นของดำอย่างอื่น เช่น องุ่นดำ งาดำ น้ำอัดลมสีดำ ก็ได้ ทั้งนี้ของดำทั้ง ๘ อย่างต้องให้สุกทั้งหมด (หมายถึงพร้อมกินหรือดื่มได้)
การกล่าวคำบูชา ข้าแต่พระราหูเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ข้าขอนำอาหารมาบูชา ขอจงดื่มและกินตามอัธยาศัย ขอจงช่วยคุ้มครองข้า (บอกชื่อผู้บูชา) และขอให้พ้นจากอันตราย ให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และขอให้มีความสุขความเจริญ มีเงินทอง มีโชคลาภตลอดไป
เสร็จพิธี เมื่อธูปหมดดอกก็เป็นอันเสร็จพิธี ให้นำของบูชาทั้งหมดมารับประทานได้ เหล้าให้นำมาดื่มหรือผสมน้ำอาบก็ได้ (ไม่มีคำลา)
การบูชาครั้งแรก จงบูชาด้วยของดำ ๘ อย่าง และธูปดำ ๘ ดอก วันพุธตอนกลางคืน วันพุธต่อไปให้บูชาด้วยเหล้า ๑ จอก ธูปดำ ๘ ดอก
ข้อยกเว้น อาจทำพิเศษในคืนวันที่ ๓ , ๘ , ๑๒ , ๑๘ , ๒๘ คนเกิดวันพุธกลางคืน ถ้าบูชาตลอดชีวิตได้จะดีมาก
คนที่เกิดวันที่ ๓ , ๘ , ๑๒ , ๑๘ , ๒๘ หรือบ้านเลขที่ บัตรประจำตัวประชาชน บัตรข้าราชการ เลขทะเบียนบ้าน เบอร์โทรศัพท์ที่ลงท้ายด้วยเลข ๘ คนที่มีอักษร ย ร ล ว อยู่ในชื่อ ควรบูชาพระราหูเป็นประจำ จะเกิดความร่ำรวยและมีความสำเร็จในกิจการงานทั้งปวง นอกจากนี้จะมีความปลอดภัยในการเดินทางไกล การเสี่ยงโชค หรือการลงทุนจะร่ำรวยดีมาก
คาถาบูชาพระราหู (นะโม 3 จบ)
คาถาสุริยะบัพพา สำหรับบูชากลางวัน
กุสเสโตมะมะ กุสเสโตโต ลาลามะมะ โตลาโม โทลาโมมะมะ โทลาโมมะมะ โทลาโมตัง เหกุติมะมะ เหกุติ
คาถาจันทบัพพา สำหรับบูชากลางคืน
ยัตถะตังมะมะ ตังถะยะ ตะวะตัง มะมะตัง วะติตัง เสกามะมะ กาเสกัง กาติยังมะม ยะติกา
คำถวายเครื่องสังเวยพระราหู
นะโมเม พระราหูเทวานัง ธูปะทีปะ
จะปุปผัง สักการะวันทะนัง สูปะพะยัญชะนะ
สัมปันนัง โภชะ นานัง
สาลีนัง สะปะริวารัง อุทะกังวะรัง
อาคัจฉันตุ ปะริภุญชันตุ สัพพะทา
หิตายะ สุขายะ พระราหูเทวา
มะหิทธิกา เตปิ อัมเห
อะนุรัก ขันตุ อาโรคะ
เยนะ สุเขมะจะฯ
ข้าแต่พระราหู เทพแห่งโชคลาภอันศักดิ์ที่สุด
ข้าขอบูชาท่าน ด้วยของดำ ๘ อย่าง
ขอให้ข้าปราศจาก ภัยและอันตรายใดๆ
ขอให้ท่านประทานพรโชคลาภ
ความร่ำรวยทั้งหลายทั้งปวงให้แก่ข้าด้วยเทอญ
|
[ราคา]
0.00
|
|
[ติดต่อเจ้าของร้านมะอะอุ พระเครื่องและเครื่องราง]
,
เบอร์มือถือ : 095-6528991
|
|
|
|
|
| |
|