ตลาดพระ
รายการพระ
Gallery
การชำระเงิน
ประมูลพระ
โชว์พระ
ข่าวจากร้านค้า
ติดต่อร้าน
รับประกัน
ติชม
จัดส่ง
บทความร้านค้า
สินค้าทั่วไป
[ชื่อพระ]
เหรียญหลวงพ่อลาวัดแก่งคอยรุ่นสองปี2494เนื้อทองแดง (เหรียญที่3)
[รายละเอียด]
เหรียญหลวงพ่อลาวัดแก่งคอยรุ่นสองปี2494เนื้อทองแดงมี2บล๊อกคือ1.บล๊อกจีวรมีขีด และ2.บล๊อกจีวรไม่มีขีด.. สำหรับเหรียญที่นำมาเสนอนี้จัดเป็นเหรียญบล๊อกจีวรมีขีดซึ่งจัดว่าเป็นบล๊อกนิยมราคาเช่าบูชาก็จะสูงกว่าบล๊อกจีวรไม่มีขีด เหรียญนี้จัดเป็นเหรียญแท้ที่ดูง่าย สบายตา รมดำแห้งเก่าได้อายุ ออกผิวปรอท มีคราบน้ำมนต์ประพรมกระจายอยู่ทั่วผิวเหรียญ สภาพสวยอย่างนี้หายากมากๆครับ และตำหนิต่างๆที่เป็นคุณสมบัติของเหรียญแท้มีให้เห็น .. พุทธคุณของเหรียญหลวงพ่อลาส่วนมากจะเด่นเรื่องคงกระพัน แคล้วคลาด มหาอุดเป็นเลิศ แต่เรื่องโชคลาภก็มีนะครับ เรียกได้ว่าครบเครื่องเลยทีเดียว ..ประวัติพระครูสุนทรสังฆกิจ(หลวงพ่อลา ชยมงฺคโล) วัดแก่งคอย จ.สระบุรี ข้อมูลจากหนังสือประวัติวัดแก่งคอย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เรียบเรียงโดยพระครูประภัศร์วรญาณ เจ้าคณะตำบลแก่งคอย(เจ้าอาวาสวัดแก่งคอย) หลวงพ่อลา นามเดิมว่า ลา สายสมบัติ เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2428 เดือนยี่ ปีระกา สมัยรัชกาลที่ 5 ณ ต.คล้อทอง อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี มีบิดาชื่อ นายโม้ มารดาชื่อ นางแจ่ม สายสมบัติ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 5 คน หลวงพ่อลาเป็นที่ 4 ประกอบอาชีพชาวนา หลวงพ่อมีนิสัยฝักใฝ่ทางธรรมตั้งแต่อายุยังน้อย ครั้นอายุได้ 15 ปี ก็ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดคล้อทอง ต.คล้อทอง อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เมื่อครบกำหนดอายุได้ 20 ปี จึงได้อุปสมบทต่อสำเร็จเป็นพระภิกษุตามพระวินัยบัญญัติ ฉายานามว่า ชัยมงฺคลโล อยู่วัดคล้อทองได้หลายพรรษาจนพ้นนวะกแล้ว จึงได้รุกขมูลไปทางชายแดนไทย-ลาว เข้าสู่แขวงสวันเขต ประเทศลาว(ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ในการปกครองของประเทศไทย) ระหว่างที่พำนักอยู่ที่แขวงสวันเขตนี้ ได้มีโอกาสศึกษาวิชาอาคามต่างๆตามสมัยนิยม ขณะนั้นท่านได้พบกับหลวงปู่ผู้เฒ่ารูปหนึ่ง และได้เรียนวิชาการทำน้ำมนต์ประกอบเทียน เป็นวิชาสำคัญที่ส่งเสริมให้ท่านมีชื่อเสียงอย่างยิ่ง และกว่าที่ท่านจะสำเร็จวิชานี้ครบถ้วนกระบวนความ ต้องไปฝึกบนภูเขาถึง 5 ปี เต็ม จึงจะได้รับอนุญาตให้นำวิชานี้ไปใช้ได้ คุณวิเศษของวิชาเทียนน้ำมนต์น้ำมนต์มหัศจรรย์นี้ ถ้าหากผู้ใดได้อาบกินแล้วถือได้ว่าสำเร็จตามความปรารถนาที่ได้อธิษฐานไว้ทุก ประการ ถึงแม้ว่ามีความขึ้นโรงขึ้นศาลเรื่องราวปัญหาชีวิตต่างๆ ที่หนักหนาสาหัสก็จะบรรเทาเบาบางลง ส่วนเรื่องที่ไม่หนักหนาก็จะสูญหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อสำเร็จวิชาแล้วท่านได้กราบลาหลวงปู่ผู้เฒ่ากลับสู่เมืองไทย โดยรุกขมูลผ่านทางอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางเรื่อยๆ จนเข้าสู่เขต จังหวัดสระบุรี และได้เข้าจำพรรษาอยู่ในบ้านช่องเหนือ ต.บ้านป่า อ.แก่งคอย จ.สระบุรี พำนักอยู่ในโบสถ์หลังเล็กๆ มุงด้วยสังกะสีที่ชาวบ้านศรัทธาสร้างถวาย จำพรรษาอยู่หลายปีจนได้ตำแหน่งทางคณะสงฆ์เป็นพระปลัดลา ชยมงฺคโล ครั้นต่อมาทางวัดแก่งคอยได้ขาดแคลนสมภารเจ้าวัด คณะสงฆ์กับชาวบ้านจึงได้นิมนต์ท่านมาครองวัด จนได้ตำแหน่งทางคณะสงฆ์เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับขั้น โดยได้รับตำแหน่งพระครูชั้นประทวน เมื่อปี 2476 และอีกสองปีต่อมาท่านได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะแขวง อำเภอแก่งคอย และในที่สุดได้เลื่อนชั้นเป็น พระครูสัญญาบัตรที่ พระครูสุนทรสังฆกิจ พร้อมกับตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี พระครูสุนทรสังฆกิจ ได้มรณภาพลงที่วัดแก่งคอย เมื่อวันที่ 4 พฤษจิกายน พุทธศักราช 2497 รวมสิริอายุ 71 ปี โดยพรรษารวม 50 พรรษา พระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2498 เวลา 16.30 น. ณ เมรุลอยวัดแก่งคอย ...ปาฏิหาริย์และความศักดิ์สิทธิ ของ พระครูสุนทรสังฆกิจ(หลวงพ่อลา ชัยมงฺคโล) ท่านพระครูปลัดทองห่อ วิรยธมโม อายุ 71 ปี(พ.ศ.2547) ศิษย์บรรพชิตของหลวงพ่อลารุ่นสุดท้ายได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยหลวงพ่อลา ยังดำรงขันธ์อยู่นั้น มีผู้มาขอให้หลวงพ่อลาทำพิธีอาบน้ำมนต์ให้ทุกวันตั้งแต่เช้ายันดึก ไม่เว้นแต่ละวัน วันละหลายสิบราย หลวงพ่อก็ไม่เคยทำให้ผู้ใดผิดหวังกลับไปแม้แต่รายเดียว จนทำให้ชื่อเสียงเกียรติคุณเลื่องลือระบือไกล แม้กระทั่งท่านผู้ใหญ่ระดับผู้ปกครองบ้านเมืองในสมัยนั้น เข้ามาฝากตัวเป็นศิษย์มากมาย โดยเฉพาะบุคคลสำคัญในคณะเปลี่ยนแปลงการปกครอง(คณะราษฎร์) เช่น พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์พหลโยธิน) , จอมพล ป.พิบูลสงคราม , หลวงวิสุชาญแพทย์ , นายควง อภัยวงศ์ ฯลฯ ท่านเหล่านี้เคยมาขอให้หลวงพ่อลาประกอบพิธีทำน้ำมนต์เทียนมหัศจรรย์กันทั้งสิ้น วิธีการทำก็คือ ใช้ขี้ผึ้งแท้ ไส้เทียนใช้ด้ายดิบและกระดาษสาเขียนยันต์เต่าเลือนด้านหนึ่ง และอีกด้านหนึ่งเขียนยันต์มหาราช ผู้ที่มาอาบน้ำมนต์จากท่านจะต้องเขียนคำอธิษฐานและชื่อวันเดือนปีเกิดลงใส่ในกระดาษยันต์นั้น หลังจากนั้นหลวงพ่อจะนำไปเป็นไส้เทียน ฟั้นเทียนเป็นรูปแก้วสเปน น้ำตาเทียนของท่านจะไหลออกทางก้นเทียน ถ้ามีเคราะห์น้ำตาเทียนจะเป็นสีแดง และหากมีโชคน้ำตาเทียนจะเป็นสีเหลือง เมื่อท่านทำน้ำมนต์จนเสร็จแล้วน้ำมนต์นั้นจะบอกเลยว่ามีโชคหรือมีเคราะห์ เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก และในสมัยนั้น ท่านได้มีผู้มีจิตเมตตานำกวางและแพะมาถวายท่านเลี้ยงไว้ที่วัด ท่านได้ลงผ้ายันต์ผูกคอให้กวางและแพะของท่านปล่อยไว้ในวัด เมื่อได้เวลากวางและแพะออกไปหากินอาหารในตลาด แย่งกินผักผลไม้จากแม้ค้าในตลาด บางคนก็เอาไม้คานตี เอามีดฟัน บางคนถึงกับเอาปืนยิง แต่ก็ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า จนเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่วว่าแพะและกวาง ของหลวงพ่อลาอยู่ยงคงกระพัน ฟันไม่เข้า ยิงไม่ออก และต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2507 ทางวัดทำการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม ในปี พ.ศ. 2506 ทางวัดได้ทำการขุดรอบฐานอุโบสถหลังเก่าเพื่อจะรื้อถอน ในวันหนึ่งเวลาเที่ยงทางโรงเรียนได้ให้นักเรียนพักเที่ยง ได้มีเด็กกลุ่มหนึ่งได้พากันมาวิ่งเล่นซ่อนหารอบอุโบสถที่กำลังก่อสร้างอยู่นั้น ขณะที่เด็กกำลังเล่นกันอย่างเพลิดเพลินนั้น เหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดก็เกิดขึ้น อุโบสถทั้งหลังได้ลมครืนลงมาทับเด็กที่เล่นซ่อนหากันอยู่นั้น เด็กบางคนได้วิ่งไปบอกครูให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คณะครูจึงได้ตีระฆังเช็คดูนักเรียนว่ามีใครอยู่และมีใครสูญหายบ้าง เมื่อเช็คดูแล้วได้มีเด็กหายไปหนึ่งคน คือเด็กชายไพบูลย์ ภู่อ่อนนิ่ม คณะครูและพระสงฆ์ในวัดได้มาค้นหาเด็กคนนั้นในที่พระอุโบสถพังลงมา หาอยู่เป็นเวลานานก็ได้ยินเสียงเด็กร้องขอความช่วยเหลือ คณะครูและพระสงฆ์ได้ช่วยกันงัดและยกก่อนปูนที่พังทับอยู่นั้นออก ก็ได้พบเด็กนอนอยู่ใต้นั้น ตรวจร่างกายของเด็กแล้วก็พบว่า ไม่ได้รับบาดเจ็บ เด็กได้บอกกับหลวงพ่อพระครูสมบูรณ์ ศีลวัตรว่า ได้มีหลวงพ่อแก่ๆ มาช่วยดันก่อนปูนเอาไว้ เมื่อดูที่คอของเด็กชายไพบูลย์ ก็ปรากฏว่ามีเหรียญหลวงพ่อลารุ่นแรกแขวนอยู่ที่คอของเด็กคนนั้น จึงเชื่อได้ว่าอภินิหารของเหรียญหลวงพ่อลาได้ช่วยให้เด็กชายไพบูลย์ ภู่อ่อนนิ่ม รอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น จนเป็นที่กล่าวขานเลื่องลือไปทั่ว อภินิหารของหลวงพ่อลาที่มีต่อนายสวัสดิ์ หริญเดช คือได้ถูกรถชนกระเด็นไปอยู่บนหน้ากระโปรงรถ แต่ก็ไม่ได้รับอันตรายใดๆ เพราะท่านได้มีแหนบและผ้ายันต์ของหลวงพ่อลาพกติดตัวอยู่ จึงได้รับความคุ้มครองปลอดภัยด้วยปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อลา... เมื่อมาตุภูมิในยุคสมัยที่ประเทศไทยระส่ำระสายด้วยพิษภัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านเจ้าคุณพหลพลพยุหเสนา ได้มาขอให้หลวงพ่อลาทำพิธีน้ำมนต์เทียนมหัศจรรย์และได้อธิษฐานมีใจความว่า ประเทศชาติขณะนี้ได้เกิดระส่ำระสาย มีแต่การแตกแยกกัน ขอให้อำนาจสิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบรรดาลให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขในประเทศ และขอให้ประเทศไทยมีความเจริญวัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป ขออย่าให้สูญเสียเอกราชตกเป็นทาสของชาติใดๆ อาจกล่าวได้ว่า ส่วนหนึ่งที่ประเทศไทยเรารักษาเอกราชไว้ได้ในช่วงนั้น บางส่วนอาจเกิดจากอำนาจความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อลา ที่ได้เพ่งเจริญฌาณให้แก่ประเทศชาติก็ว่าได้ หลวงพ่อลาแห่งวัดแก่งคอย จึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวแก่งคอยและบุคคลทั่วไปให้ความเคารพและแวะ เวียนมากราบไหว้นมัสการและขอพรรูปเคารพอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อลาทุกวันเสมอ มิได้ขาดจนตราบเท่าทุกวันนี้ (หมายเหตุ:หรือหากท่านลูกค้าท่านใดสนใจพระเครื่องรายการอื่นของร้านพรเทพพระเครื่องท่านสามารถเข้ามาเยี่ยมชมรายการพระเครื่องโดยคลิ๊กเลือกดูรายการพระที่มุมบนของหน้าจอของท่านหรือพิมพ์คำว่าพรเทพพระเครื่องผ่านทางgoogle /หรือติดต่อทาง Line ID:opeckung ก็ได้นะครับ)
[ราคา]
0.00
[ติดต่อเจ้าของร้าน
พรเทพพระเครื่อง
]
เบอร์โทรศัพท์ : 036222606
,
เบอร์มือถือ : 0813515163
หน้าแรก
|
การจัดการร้านค้า
|
กระดานแจ้งข่าวสาร
|
รับประกันพระแท้
|
คำถาม-คำตอบ
|
ติดต่อเรา
2002 - 2013 TARADPRA.COM All Rights Reserved
หน้านี้ใช้เวลาในการแสดงผล 0.2031348 วินาที