ตลาดพระ
รายการพระ
Gallery
การชำระเงิน
ประมูลพระ
โชว์พระ
ข่าวจากร้านค้า
ติดต่อร้าน
รับประกัน
ติชม
จัดส่ง
บทความร้านค้า
สินค้าทั่วไป
[ชื่อพระ]
@@@ เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่ออ่ำ วัดตึกฯ(วัดตึกคชหิรัญ) ปี๒๔๗๙ @@@
[รายละเอียด]
***สายเหนียวแห่งท้องทุ่งผักไห่ อยุธยา กับเหรียญรุ่นแรก หลวงพ่ออ่ำ วัดตึกฯ(วัดตึกคชหิรัญ) ปี๒๔๗๙ เหรียญยุคเก่า หูเชื่อมเดิมๆ เหรียญเก่าในตำนานประสบการณ์สูง สภาพสวยๆดีปีลึกๆ ผิวเดิมๆ อารามหลวง คชหิรัญ อันเลืองชื่อ ถิ่นกำเนิด ฤทธาลือ อาคมขลัง สู่พระสงฆ์ องค์ปกครอง อาจารย์ดัง ชนยุคหลัง ยังหวลถึง พึ่งศรัทธา หลวงพ่ออ่ำ วัดตึกคชหิรัญ อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดตึกคชหิรัญ วัดโบราณแห่งนี้มีเรื่องเล่าขานมาอย่างยาวนานครับ ก่อนอื่นนั้นผมขอนำเสนอเรื่องราว ในส่วนของประวัติความเป็นมา ของวัดแห่งนี้พอสังเขปกันเสียก่อนครับ ครั้งเมื่อปีพ.ศ.๒๔๑๕ หลวงอภัยเภตรา (นายช้าง) นายอำเภอเสนาใหญ่ (ผักไห่) จ.พระนครศรีอยุธยา และนางอภัยเภตรา (อำแดงเงิน) ได้สร้างบ้านปลูกเป็น ตึกแบบเก๋งจีน ขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำน้อย บริเวณปากคลองบ้านอ้อ โดยมีวัดชีตาเห็น (วัดชีโพน) อยู่ตรงกันข้าม ชาวบ้านเรียกบ้านท่านว่า บ้านตึก ท่านมีบุตรธิดา๔ คน แต่เมื่อท่านมีอายุมากขึ้น และเจ็บป่วยบ่อยเข้า ท่านจึงตัดสินใจยกบ้านตึกถวายให้เป็นวัด ในเนื้อที่๕ ไร่เศษ บ้านตึกของท่านนายอำเภอช้างหลังนี้ใหญ่มาก เป็นบ้านแบบเก๋งจีน ๕-๖ หลัง สร้างโดยช่างไม้ฝีมือประณีต ได้สัดส่วนสวยงาม แข็งแรงทนทาน (ไม้สักทั้งหลัง) ระเบียงและศาลาริมน้ำ เป็นที่นั่งเล่นยามว่างได้เป็นอย่างดี มาในปีพ.ศ. ๒๔๓๗ ท่านได้ถึงแก่กรรม ด้วยวัยเพียง๖๓ ปี ส่วนเรื่องที่ท่านยกบ้านตึกถวายให้กับวัดนั้น ไม่มีใครทราบเหตุผลที่แน่ชัด ว่าเพราะเหตุใด ท่านจึงไม่ยกบ้านตึกให้บุตร ธิดาของตน บ้างก็ว่า เพราะท่านเกรงว่านางสุด ธิดาคนสุดท้องจะรักษาบ้านไว้ไม่ได้ แต่จะอย่างไรก็ตาม พุทธศาสนิกชนคนลุ่มแม่น้ำน้อย ต่างก็เรียกวัดนี้กันจนติดปากว่า วัดตึก ตามลักษณะบ้านของท่านนายอำเภอ ๒๔ ตุลาคม ๒๔๕๐ วัดตึก ตกกฐินหลวงประจำปี โดยธรรมเนียมปฏิบัติ วัดในพุทธศาสนาทุกวัด โดยในแต่ละปี จะต้องมีการทอดกฐินประจำปี แต่ด้วยบุญบันดาล หรืออย่างไรก็ตาม วัดนั้นก็ได้รับกฐินพระราชทานอันยิ่งใหญ่ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๕ ครั้นเมื่อชาวบ้านละแวกนั้นทราบข่าวว่า พระพุทธเจ้าหลวงจะเสร็จมาเป็นองค์ประธานในการทอดกฐินที่วัดตึกแห่งนี้ บรรดาศรัทธาวัดทั้งหลาย ต่างก็รู้สึกปราบปลื้มปิติ เฝ้ารอวันรับเสด็ด ครั้นเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินทอดกฐินในวันดังกล่าว พระองค์ได้ทรงถามว่า ใครเป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้ เมื่อทรงทราบว่านายอำเภอช้าง และอำแดงเงิน เป็นผู้ถวายบ้านตึกของตนเองให้เป็นวัดก่อนสิ้นบุญ พระองค์ทรงโสมนัส และอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง พระพุทธเจ้าหลวง จึงทรงพระราชทานชื่อวัด เพื่อเป็นเกียรติยานุสรณ์ แก่นายอำเภอช้าง อำแดงเงิน โดยพระราชทานชื่อ คช มาจากชื่อ จีนช้าง หิรัญ มาจากชื่อ อำแดงเงิน และเดิม วัดตึก มาจากตึกเจ๊ก เมื่อผสมกันจึงได้ชื่อว่า วัดตึกคชหิรัญ นั่นเอง นับเป็นสิริมงคลแก่วงตระกูล บุตรหลาน ของนายช้าง และชาวผักไห่นับแต่นั้นมา ในครั้งนั้น พระพุทธเจ้าหลวง นอกจากได้พระราชทานชื่อวัดเสียใหม่แล้ว พระองค์ยังทรงพระราชทาน สัญญาบัตรพัดยศถวายแด่ พระครูวินัยธรรม (อ่ำ) เจ้าอาวาสรูปที่๑ ของวัดตึกคชหิรัญ เป็น พระครูสุทธาจารวัตร และพระองค์ทรงถวายเงินบริจาคทำบุญทอดกฐินในคราวนั้นด้วย ครั้งหลังมาพระองค์ทรงพระราชทานศาลาการเปรียญหลังใหญ่ซึ่งเป็นหลังเก่าของวัดเบญจมบพิตร นำมาบูรณะเสียใหม่ ถวายให้วัดตึกคชหิรัญ และศาลาหลังนี้ยังคงใช้งานได้มาถึงจวบจนปัจจุบัน (วัดนี้มีอายุ ๑๒๒ ปี พ.ศ.๒๔๓๗-๒๕๕๙) พระครูสุทธาจารวัตร (อ่ำ ปฏิรูปานนท์) ก่อนหน้านั้นท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมา สมเด็จพระสังฆราชกรมพระวชิรญาณวโรรส ท่านทรงไว้วางใจในความเป็นนักปกครองของหลวงพ่ออ่ำ จึงมีบัญชาให้ท่านมาดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาส ปกครองดูแลวัดตึกคชหิรัญ ครั้นเมื่อพระครูอุเทศธรรมวินัย (หอม) วัดฤาไชยท่านมรณะภาพลง หลวงพ่ออ่ำท่านจึงได้ขึ้นรั้งตำแหน่งเจ้าคณะแขวงแทน หลวงพ่ออ่ำท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่ได้รับความนับถือจากล้นเกล้ารัชกาลที่๕ เป็นอย่างมาก ท่านเป็นเอกแห่ง พระนักปกครอง และยังเก่งในด้านการพัฒนาถาวรวัตถุ สิ่งปลูกสร้าง ทางพุทธศาสนา ซึ่งเห็นได้จากการที่ท่านทำนุบำรุง วัดตึกคชหิรัญ ให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นได้ และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีคือ คราวที่ท่านออกบอกบุญญาติโยมจนสามารถสร้างอาคารเรียนขึ้นได้หลังหนึ่ง แล้วเสร็จในปีพ.ศ.๒๔๖๕ คือโรงเรียนผักไห่ (สุทธาประมุข) โดยลักษณะของโรงเรียน ด้านหน้าเป็นทรงปั้นหยา ปลูกด้วยไม้สัก สลักลวดลายด้วยไม้ อย่างงดงาม ซึ่งสมัยก่อนนั้น ท่านสามารถทำได้ถึงเพียงนี้ ท่านย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน ในปีพ.ศ.๒๔๗๐ หลวงพ่ออ่ำท่านได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะแขวงด้วยเหตุที่ท่านนั้นชราภาพมากแล้ว ซึ่งโดยธรรมเนียมปฎิบัติของคณะสงฆ์ เมื่ออายุได้๘๐ปี ก็จะได้วาระที่ต้องพ้นจากตำแหน่งทางการปกครอง ดังนั้นประมาณกาลว่า ท่านน่าจะเกิดในราวปีพ.ศ.๒๓๙๐ ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ในเรื่องของวัตถุมงคลนั้น เท่าที่พบเห็น ก็จะมีเพียง เหรียญรูปเหมือนของท่าน ซึ่งถูกสร้างขึ้นภายหลังที่ท่านมรณะภาพไปแล้ว โดยจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๗๙ เพื่อแจกเป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ คาดว่าจัดสร้างในจำนวนไม่มากนัก นับได้ว่าเป็นเหรียญเก่าสุดหายากเหรียญหนึ่ง ของนักสะสมพระเครื่องเมืองอยุธยา ลักษณะและเทคนิคในการสร้าง ที่พบเจอคือ เหรียญปั๊มทรงรูปไข่ เนื้อทองแดง ทองแดงกะไหล่ทอง ทองแดงกะไหล่เงิน และ เนื้ออัลปาก้า ขอบข้างกระบอก ห่วงเชื่อม ส่วนด้านหน้าเหรียญ เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อนั่งสมาธิเต็มองค์ ด้านข้างระบุ ที่ระลึกในการพระราชทานเพลิงศพ พระครูสุทธาจารวัต พ.ศ.๒๔๗๙ ส่วนด้านหลังเหรียญ บรรจุยันต์ มงกุฏพระพุทธเจ้า และสิ่งที่พิเศษ ยังพบเจอในลักษณะที่เป็น เข็มกลัดแหนบรูปทรงพัดยศ อีกด้วย โดยด้านหน้าเป็นลายกนกเปลว ตัวลายอ่อนไหวเหมือนเปลวไฟ ตรงกลางเขียนระบุ ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พระครูสุทธาจารวัตร พ.ศ.๒๔๗๙ ด้านหลังปั๊มหลังแบบ มีเข็มกลัดเชื่อมติดไว้ คาดว่าน่าจะมีจำนวนจำกัด ซึ่งใช้แจกแก่บุคคลพิเศษ ที่มาร่วมงาน ทั้งหมดนี้ถึงแม้จะเป็นวัตถุมงคลที่ไม่ทันท่านก็ตาม แต่ก็ได้รับการปลุกเสกเป็นอย่างดี จากสุดยอดพระเกจิอาจารย์ของเมืองกรุงเก่าหลายท่านอย่างแน่นอน สนใจติดต่อ ร้านพระเครื่องเมืองกรุงเก่า รับรองได้ พระแท้ พระสวย ถูกใจพี่น้องพระ...สาธุ
[ราคา]
0.00
[ติดต่อเจ้าของร้าน
พระเครื่อง"เมืองกรุงเก่า"
]
เบอร์โทรศัพท์ : 035-661540
,
เบอร์มือถือ : 089-0347984
หน้าแรก
|
การจัดการร้านค้า
|
กระดานแจ้งข่าวสาร
|
รับประกันพระแท้
|
คำถาม-คำตอบ
|
ติดต่อเรา
2002 - 2013 TARADPRA.COM All Rights Reserved
หน้านี้ใช้เวลาในการแสดงผล 0.2968808 วินาที