เหรียญพ่อท่านคล้าย วัดจันดี ที่ระลึกงานวางศิลาฤกษ์ วัดมังกรบุบผาราม น้ำตกพริ้ว จ.จันทบุรี เนื้อทองแดง สภาพสวย ผิวเดิม พิมพ์คมชัด เป็นเหรียญอีกรุ่นที่เป็นพระดีปีลึก มีประสบการณ์สูงครับ
สนใจพระเครื่องรายการนี้โทรสอบถามได้ครับ เอ จันทบุรี โทร.098-5235298 ด้วยความยินดีครับ
บันทึกการวางรากฐานสร้างวัดมังกรบุปผารามและการสร้างเหรียญพ่อท่านคล้าย น้ำตกพริ้ว ๒๕๐๘
วัดมังกรบุปผาราม มีชื่อเรียกในภาษาจีนว่า เล่งฮั้วยี่ มีพื้นที่ประมาณ ๘ ไร่เศษ มีประวัติเกี่ยวข้องกับ พระอาจารย์จีนวังสมาธิวัตร(สกเห็ง) ปฐมเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) กรุงเทพมหานคร และวัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) จังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวคือในแผ่นดินสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ ท่านพระอาจารย์สกเห็ง กำเนิดเป็นชาวมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เดินทางเข้ามาในแผ่นดินสยามประเทศ เพื่อกราบนมัสการปูชนียสถานสำคัญในประเทศสยาม
เมื่อแรกที่ท่านเข้ามานั้นได้จำพรรษาอยู่ ณ วิหารเจ้าแม่กวนอิม ข้างวัดกุศลสมาคมชาวจีนในพระนคร ที่นี้ชาวบ้านเห็นความเคร่งครัดในศีลาจารวัตรของท่าน ก็พากันเลื่อมใสจึงชวนกันเรี่ยไรเงินบูรณะเป็นอารามฝ่ายจีนนิกายชื่อ วัดย่งฮกยี่ ภายหลังได้รับพระราชทานนามวัด เป็นภาษาไทยว่า “วัดบำเพ็ญจีนพรต” ซึ่งเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จีนอยู่จำพรรษานับตั้งแต่นั้นมา เมื่อมีพระสงฆ์จีนจำนวนมากขึ้น ท่านพระอาจารย์ สกเห็ง เห็นว่า ควรจะขยับขยายวัดฝ่ายจีนนิกายให้กว้างออกไป โดยท่านได้เลือกชัยภูมิแห่งหนึ่งขึ้นตรงบริเวณถนนเจริญกรุง เขตป้อมปราบฯ สร้างอารามใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ได้รับ พระบรมราชูปถัมภ์และการช่วยเหลือของพุทธบริษัทไทย-จีน วัดที่ตั้งขึ้นนี้ได้ชื่อทางภาษาจีนว่า “วัดเล่งเน่ยยี่” หลังจากนั้นพระอาจารย์สกเห็งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็น พระอาจารย์จีนวังสมาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย และนามของวัดได้รับพระราชทานชื่อวัดเป็นภาษาไทยว่า “วัดมังกรกมลาวาส”
ต่อมาพระอาจารย์สกเห็ง กับศิษย์ผู้หนึ่งชื่อ “พระกวยเล้ง” ได้ไปสร้างวัดเล่งฮกยี่ หรือ “วัดจีนประชาสโมสร” ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และท่านปราถนาจะสร้างวัดเล่งฮั้วยี่ หรือวัดมังกรบุปผาราม ที่จังหวัดจันทบุรี ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง โดยท่านได้จาริกมาจำพรรษาที่นี่ตั้งแต่ราวปี พ.ศ. ๒๔๑๗ สำหรับพระอาจารย์จีนวังสมาธิวัตร(สกเห็ง) ท่านนี้นั้นเป็นผู้นำ คณะพุทธศาสนิกชนชาวจีนเข้าเฝ้ารับเสด็จ และกราบทูลรายงานการก่อสร้างวัด เมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินประพาสน้ำตกพลิ้ว เมื่อปีวอกศก พ.ศ.๒๔๒๗ (มีปรากฏในจดหมายเหตุพระราชกิจรายวันภาค ๒๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประพาสหัวเมืองฝั่งทะเลตะวันออก) มิทันได้ก่อสร้าง ท่านพระอาจารย์สกเห็ง เกิดอาพาธถึงแก่คราวมรณภาพเสียก่อน จึงเหลือแต่มงคลนามสำนักวัดจีนแห่งนี้ โดยท่านได้ตั้งชื่อภาษาจีนแก่วัดใหม่ที่จะสร้างแห่งนี้ว่า วัดเล่งฮั้วยี่ ศิษย์ของท่าน คือ หลวงจีนคณาณัติจีนพรต (กวยเล้ง) ได้ดำเนินการสร้างวัดต่อ แต่ท่านพระอาจารย์กวยเล้ง ก็ได้มรณภาพลงเสียก่อนวัดจะแล้วเสร็จอีก สำนักวัดจีนแห่งนี้จึงไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
หลังจากนั้นเป็นเวลา ๘๐ ปีเศษ สำนักวัดแห่งนี้ ถูกปล่อยให้รกร้าง มีเพียงหลักฐานเป็นที่ดินแปลงเป็นส่วนหนึ่งของที่ธรณีสงฆ์ ตั้งอยู่บริเวณปากทางเข้าน้ำตกพลิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ด้วยเหตุที่การคมนาคมสมัยนั้นไม่สะดวกเหมือนดังปัจจุบัน และยังชุกชุมด้วยไข้ป่า ทางราชการสมัยนั้น จึงได้ยกที่ธรณีสงฆ์แห่งนี้ถวายให้แก่ วัดเขตต์นาบุญญาราม อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ในสังกัดอนัมนิกายปกครองรักษาสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน เหลือแต่มงคลนามของวัด จนถึงเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ.๒๕๐๘ ได้มีพระเจษฎา ฉายา เย็นฮวง (เจ้าอาวาสรูปที่ ๓)ศิษย์ของท่านพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้ง) อดีตเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย บังเกิดกุศลเจตนาที่จะสืบสานงานก่อสร้างวัดมังกรบุปผาราม(เล่งฮั้วยี่) ให้สำเร็จตามเจตนารมณ์ของบูรพาจารย์อีกครั้ง ซึ่งท่านพระเจษฎาเป็นพระผู้ปฏิบัติธรรม แสวงหาความวิเวก เดินตามแนวทางของท่านอาจารย์จีนองค์ก่อน ณ บริเวณน้ำตกพลิ้วแห่งนี้ โดยในวาระการวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างวัดขึ้นเมื่อในครั้งนั้น ท่านพระเจษฎา เย็นฮวง ได้ยึดถืออาศัยบารมีอันไพศาลแห่งพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดสวนขัน อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพระภิกษุที่ได้รับการยอมรับจากชาวพุทธไทย-จีน ว่ามีบารมีธรรมอย่างกว้างขวางแห่งยุคสมัยนั้น โดยได้นิมนต์พ่อท่านคล้ายให้เดินทาง มาเป็นประธานสงฆ์ในการวางศิลาฤกษ์การก่อตั้งวัด ผนวกร่วมกับจิตแห่งความศรัทธามั่นคงของพุทธศาสนิกชนไทย-จีน ในจังหวัดจันทบุรี ภายใต้การนำร่วมกันของอุบาสก-อุบาสิกา คนสำคัญได้แก่ ผู้มีรายนามดังนี้
๑.อึ้งชุงฮ้อกอี (ออกทุนซื้อที่ ) ๒.จีนล่งเส็งอี (ออกทุนซื้อที่ ) ๓.บ้วนแซอี (ออกทุนซื้อที่ดิน)
๔.นายสำรอง จิตตสงวน (ฝ่ายธุรการ) ๕.นายซ้อน ริผล (อุทิศที่ดินเพิ่มเติม)
ส่วนเหรียญพ่อท่านคล้ายพิมพ์ใบโพธิ์ เนื้อทองแดงผิวไฟนั้น ได้สร้างและแจกในคราววางศิลาฤกษ์วัดมังกรบุปผารามด้วย
หลังจากนั้นจึงได้รวบรวมปัจจัย ทั้งด้านทุนทรัพย์และวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง และแรงงานเพื่อพระพุทธศาสนาได้จัดหาที่ดินแปลงหนึ่ง เป็นสถานที่ก่อสร้างวัดที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย มีความยินดีได้ร่วมแรงร่วมใจปฏิสังขรณ์ก่อสร้างวัดมังกรบุปผารามขึ้นใหม่อีกครั้งให้สำเร็จ หลังจากนั้นเมื่อ พระเย็นฮวง มรณภาพลงด้วยเชื้อไข้มาเลเรีย เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๘ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร(โพธิ์แจ้ง) เจ้าคณะใหญ่จีนนิกายในครั้งนั้น จึงได้มีบัญชามอบภารกิจให้ หลวงจีนคณาณัติจีนพรต (เย็นบุญ) เจ้าอาวาสวัดทิพยวารีวิหาร ได้ดูแลสานต่อนำพุทธศาสนิกชนร่วมกันสนับสนุนเพิ่มเติม จนการก่อสร้างวัดได้สำเร็จลง ซึ่งปัจจุบันมีพระภิกษุบุญรัตน์ (จี่เซ้ง) ฉัตรรุ่งเรืองชัยเป็นเจ้าอาวาส รูปที่๕
หมายเหตุ อ้างอิง
๑.จากหนังสือที่ระลึกในงานทอดผ้าป่าสามัคคีในปี ๒๕๑๗
๒. แผ่นผับของวัดมังกรบุปผาราม
๓. สัมภาษณ์พระภิกษุบุญรัตน์ (จี่เซ้ง) ฉัตรรุ่งเรืองชัย เจ้าอาวาสวัดมังกรบุปผารามรูปปัจจุบันเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๖