ร้านโอชาพระเครื่อง
12
พระขุนแผนซุ้มเรือนแก้ว หลวงพ่อพ่วง วัดกก ปี 2473 เนื้อดิน
พระขุนแผนซุ้มเรือนแก้ว หลวงพ่อพ่วง วัดกก ปี 2473 เนื้อดิน
[ชื่อพระ] พระขุนแผนซุ้มเรือนแก้ว หลวงพ่อพ่วง วัดกก ปี 2473 เนื้อดิน
[รายละเอียด] พระเนื้อดินเผากรุเพดานโบสถ์ หลวงพ่อพ่วง วัดกก ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ ประวัติความเป็นมาของการจัดสร้างพระเครื่องเนื้อดินเผาผสมผง ของหลวงพ่อพ่วง รุ่นเพดานโบสถ์ มีประวัติความเป็นมา โดยอาศัยการบอกเล่าของ หลวงพ่อน้อม ญาณสุทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดกก (ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกก ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ - พ.ศ. ๒๕๓๕) โดยหลวงพ่อน้อมท่านได้เล่าถึง ขั้นตอนการจัดสร้างพระเครื่องเนื้อดินเผาของหลวงพ่อพ่วงโดยพอสังเขปว่า ในสมัยที่หลวงพ่อพ่วงได้ทำการจัดสร้างพระเครื่องเนื้อดินเผาชุดนี้ หลวงพ่อน้อมท่านยังมีอายุไม่มากนัก จำได้ว่า หลวงพ่อพ่วงท่านได้สั่งให้ลูกศิษย์ไปนำดินมาจากจังหวัดนนทบุรี โดยดินที่ได้มานั้นเป็นดินเหนียวที่ขุดมาจากท้องนา จากอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยขนลงเรือแล้วล่องมาที่วัดกก เมื่อดินเหนียวขนมาถึงวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลวงพ่อพ่วงท่านก็นำดินเหนียวที่ได้มาจากท้องนา (โดยที่ไม่ได้กรองดินก่อน จึงทำให้ดินเหล่านั้นมีแร่เม็ดกรวดเม็ดทรายปะปนอยู่ด้วย) แล้วเอามาผสมกับผงวิเศษ ๕ ประการ อันมี ผงอิทธิเจ ผงตรีนิสิงเห ผงปถมัง ผงมหาราช และผงพุทธคุณ นอกจากนี้ยังผสมด้วยสมุนไพรและว่านต่างๆ แร่บด ตลอดจนปากเหยี่ยว ปากกา เขี้ยวเสือ เล็บเสือ งาช้าง นำมาบดพอละเอียดแล้วจึงนำมาผสมลงในดินเหนียวที่จะสร้างพระเครื่อง หลวงพ่อน้อมท่านเล่าต่อไปว่าช่างแกะพิมพ์พระชุดนี้ได้แก่ นายจง พึ่งพรหม และ นายชิต ซึ่งช่วยกันแกะพิมพ์ ถ้าพระขนาดใหญ่ส่วนมากเป็นฝีมือของ นายจง พึ่งพรหม ส่วนพระขนาดเล็กๆมักเป็นฝีมือของนายชิต เมื่อแกะพิมพ์พระขึ้นเสร็จ หลวงพ่อได้เอาดินที่ผสมกับผงวิเศษทั้ง ๕ ประการ และเครื่องสมุนไพรของเคล็คต่างๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว จึงได้นำมากดพิมพ์พระ โดยหลวงพ่อพ่วงตั้งใจที่จะสร้างให้ได้ ๘๔,๐๐๐ องค์ ซึ่งเท่ากับ จำนวนของพระธรรมขันต์ โดยมีแบบพิมพ์ทั้งหมด ๒๔ แบบพิมพ์ จึงได้ขอร้องให้ทางวัดสีสุก และ วัดยายร่ม ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันมาช่วยกดพิมพ์พระด้วย และเมื่อกดพิมพ์พระเสร็จแล้ว หลวงพ่อพ่วงท่านให้นำพระเครื่องทั้งหมดไปผึ่งแดดจนแห้งได้ที่ หลังจากนั้นหลวงพ่อพ่วงท่านก็นำพระเครื่องที่ผึ่งแดดแห้งได้ที่แล้วเข้าเผา โดยสุมแกลบที่ลานวัด และในขณะที่เผาพระเครื่องเนื้อดินเหนียวอยู่นั้น หลวงพ่อพ่วงจะไปเฝ้าบริกรรมปลุกเสกแผ่พลังจิตลงไป ขณะที่พระได้รับความร้อนเป็นการหนุนเตโซธาตุ (ซึ่งเป็นวิธีเดียวกันกับหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งหลวงพ่อโหน่งท่านก็ปลุกเสกขณะพระกำลังเผาไฟอยู่เช่นกัน) หลังจากเผาพระเครื่องเนื้อดินเผาผสมผงเสร็จแล้ว หลวงพ่อพ่วงท่านจึงเข้าปลุกเสกภายในพระอุโบสถวัดกกเป็นเวลานานหลายพรรษา โดยที่หลวงพ่อพ่วงท่านจะปลุกเสกอยู่ตลอดแทบทุกวันหลังจากทำวัตรสวดมนต์ในพระอุโบสถตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๓ จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๗๙ รวมแล้วนานถึง ๖ ปีเต็ม แล้วจึงนำพระเครื่องเนื้อดินเผาทั้งหมดขึ้นเก็บไว้บนเพดานพระอุโบสถวัดกก ต่อมาในสมัยพระมหาสมบูรณ์ ปภากโร ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดกก (ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดกกเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕) ได้ทำการเปิดกรุพระเครื่องเนื้อดินเผาของหลวงพ่อพ่วง ซึ่งบรรจุอยู่บนเพดานโบสถ์วัดกก ออกมาให้ประชาชนได้เช่าบูชา โดยทางวัดกกจัดทำเป็นชุดกรรมการแบ่งออกเป็น ๓ ชุดกรรมการใหญ่ โดยที่ฝากล่องของแต่ละชุดจะวงเล็บหมายเลขชุดกำกับไว้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งภายในกล่องของแต่ละชุดจะบรรจุพระเครื่องเนื้อดินเผาของหลวงพ่อพ่วงไว้ทั้งหมดจำนวน ๘ องค์ องค์ละ ๑ พิมพ์ แบบไม่ซ้ำพิมพ์กัน โดยรวมพระเนื้อดินเผากล่องละ ๘ องค์ หากทำบุญเช่ากับทางวัดทั้งหมด ๓ ชุด ก็จะได้พระเครื่องเนื้อดินเผากรุเพดานโบสถ์ครบถ้วนทุกพิมพ์ ซึ่งทางวัดกกได้นำปัจจัยรายได้ทั้งหมดไปใช้ร่วมซ่อมแซมและบูรณะวัดกกต่อไป
[ราคา] 3000.00
[ติดต่อเจ้าของร้านโอชาพระเครื่อง] เบอร์โทรศัพท์ : - , เบอร์มือถือ : 080-247-9009
 
 
 2002 - 2013 TARADPRA.COM All Rights Reserved
หน้านี้ใช้เวลาในการแสดงผล 0.1874865 วินาที