ประวัติ หลวงพ่อแห วัดหนองบัว
หลวงพ่อแห (ด้วงงาม) ฐิติญาโณ
เป็นบุตรของพ่อนา แม่เที่ยง ด้วงงาม ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2452 ตรงกับวันพุธขึ้ 7 ค่ำ เดือน 3 ปีระกา ที่บ้านหนองกระทุ่ม หมู่ 1 ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี บิดามารดามีอาชีพ ทำกิจการกสิกรรม มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 7 คน หลวงพ่อแห เป็นบุตคนโต มน้องชา 4 คน น้องสาว 2 คน เมื่ออายุได้ประมาณ 6 ปี หลวงพ่อแห ก็ได้มาอยู่ที่วัดหนองกระทุ่ม เริ่มเรียนนชั้นประถมที่โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม จบชั้นประถมปีที่ 4 เมื่อปี พ.ศ.2464 ได้หหพรรพชาเป็นสมเณรอยู่ที่วัดนี้มาตลอด และได้อุปสมบทเมื่ออายุได้ 22 ปี ที่วัดหนองกระทุ่ม เมือวันที่ 22 มิถุนายน 2547 มีประครูขันตยาภิรัติวัดหนองกระทุ่ม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการม่วง วัดแจ้งเจริญเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ปุ่น วัดหนองกระทุ่มเป็นพระอนุสาวนาจารย์เมื่อได้อุปสมบทแล้วหลวงพ่อแหท่าได้เรียนต่ออีก เพราะหาที่เรียนต่อไม่ได้ หาครูอาจารย์ก็ไม่ค่อยมีและวัดนี้ก็อยู่ห่างไกลความเจริญไม่เหมือนสมัยนี้ต่อมาหลวงพ่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นครูสอนปริยัติธรรมและพระกรรมวาจารย์อยู่ที่วัดเดิม ตามบัตรเลขที่ 57/247 เมื่อบวชได้พรรษาที่ 16 ในระหว่างนั้นหลวงพ่อได้ศึกษาวิชาต่างๆ จนมีความรู้ โดยมีอาจารย์หลายท่านและมีท่านอาจารย์องค์หนึ่งที่หลวงนั้นนับถือมากที่สุดคือท่านพระอาจารย์สมป๋องและอาจารย์องค์นี้เป็นที่เลื่องลือกันมานานในละแวกหมู่บ้านนั้น ในทางวิทยาคุณเมื่อท่านได้มรณภาพไปแล้วหลายปี ศพของพระอาจารย์ป๋องก็เหมือนกันคนเราดี ๆ นั้นเอง เมื่อคราว ประชุมเพลิงมีบุคคลผู้หนึ่งให้ทุบหัวท่านอาจารย์ป๋อง ปรากฏว่ายังมีเลือดสด ๆ แตกกระจายออก และเลือดได้กระเด็นเข้าตาคนทุบพอดีทำให้ตาบอดรักษาเท่าไรก็ไม่หายและตาก็ยังบอดอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ ยังอยู่ที่บ้านหนองกระทุ่ม หลวงพ่อแหเป็นพระที่มีความโอบอ้อมอารีมีเมตตากรุณากับทุกคนเป็นพระที่คุยไม่เก่ง ต่อมาย้ายมาอยู่ที่วัดหนองบัว หมู่ที่ 7 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมือ พ.ศ. 2501 มาอยู่ที่วัดนี้พร้อมกับพระเขมรอีก 3 องค์คือพระอาจารย์จิตร อาจารย์สุทิน และอาจารย์ดิเรก ในระหว่างนั้นอาจารย์ทั้ง 3 ก็ได้เรื่องวิชาอวดกัน ต่อมาอาจารย์ทั้ง 3 องค์ได้ถูกนำส่งกลับประเทศเดิมหลวงพ่อชื่นอยากไปอยู่ที่อื่น เจ้าอาวาสจึงว่างลงคณะกรรมการวัดจึงได้มีมีการประชุมกันตั้งหลวงพ่อแหเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมาตั้งแต่ พ.ศ.2503 ท่านหลวงพ่อแหก็มิได้เคยโอ้อวดว่ามีของดี จนกระทั่งมีอาจารย์ตั้งตัวเป็นครูสัก มีบรรดาลูกศิษย์มากมารยและคิดจะเป็นอาจารย์หรือสมภารวันเสียเอง จึงยุยงให้บรรดาลูกศิษย์ ไม่พอใจหลวงพ่อแห และมีบุคคลลอลทำร้ายท่าน แต่ไม่สามารถทำท่านได้เลย คนที่ทำร้านท่านก็มีอันเป็นไปในเวลา 1 ปีผ่านไป จนกระทั่งพระในวัดบอกว่ามีคนมาลอบทำร้ายร่างกายท่าน แต่ทำไม่ได้จึงลือกันปากต่อปาก และมีบุคคลมาขอร้องให้ทำตระกรุดโทนในวันเสาร์ห้าเป็นครั้งแรก ลูกศิษย์ที่ได้ตะกรุดโทนของหลวงพ่อแหทำให้อยู่ยงคงกระพัน เป็นที่ลื่องลือกันออกไปไกล จึงได้มีบรรดาลูกศิษย์มากมาย ทำให้หลวงพ่อ ไม่ค่อยมีเวลาว่าง ยิ่งวันสงกรานต์แล้วบรรดาลูกศิษย์ยังสู่อุตสาห์ มานอนคอยตั้งแต่ หัวค่ำ วันที่ 12 เมษายน ทุกปี เพราะว่าพอวันมหาสงกรานต์ จะได้ให้หลวงพ่อลงกระหม่อนหรือเป่่าเศกเพื่อถือว่าเป็นศิริมงคล และเป็นที่พึ่งทางใจ ในเวลาคับขัน
ประวัติการสร้างวัตุมงคล
รุ่นแรก เป็นเหรียญเกลียวเชือก(คอยาว) สร้างประมาณปี 2515 พร้อมรูปหล่อโบราณ พิมพ์ฐานสูงและฐานเตี้ย จำนวนการจัดสร้าง เหรียญประมาณ ไม่เกิน 3000 องค์ รูปหล่อไม่เกิน 3000 องค์ ศิษย์วิศวกร ที่มาสร้าง ระบบเรด้าตรงสนามบิน ศรัทธา และสร้างให้หลวงพ่อปลุกเศก โดยครั้งแรกนั้นรูปหล่อไม่ได้ขออนุญาติหลวงพ่อสร้าง จึงทำให้สร้างไม่สำเร็จ ลูกศิษย์เลยมาขออนุญาติท่านสร้างจึงสร้างสำเร็จ
รุ่นสอง เหรียญรุ่นศิษย์เอก ลูกศิษย์ชื่อแดง ทำงานอยู่โรงทอ เป็นคนจัดสร้างให้หลวงพ่อปลุกเศก จำนวนสร้างประมาณ ไม่เกิน 3000 องค์
รุ่นสุดท้าย เป็นเหรียญรุ่นสร้างศาลาการเปรียญ ปี 2521 (หางเต่า) เป็นเหรียญที่หลวงพ่อตั้งใจสร้างเพื่อนำเงินมาสร้างศาลาการเปรียญที่วัดหนองบัว จำนวนการสร้างประมาณ ไม่เกิน 6000 เหรียญ (เป็นเหรียญเต็มองค์เหรียญแรกและเหรียญเดียวของท่าน)