|
ลำดับ |
รูปภาพ |
สินค้า |
ราคาขาย |
ข้อมูลทั่วไป |
ข้อมูลล่าสุดเมื่อ |
สถานะ
|
|
|
|
1
|
|
|
0.00
|
|
ประวัติพระเขี้ยวแก้ว ปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ตามประวัติ ท่านได้เดินทางไปจาริกแสวงบุญเป็นคณะพร้อมกับหลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)และลูกศิษย์ผู้ติดตาม หลังกลับมาเมืองไทยได้มีการ สร้างเป็นที่ระลึกหลังจากหลวงพ่อได้ไปงานประชุมสงฆ์ เมื่อปี๒๕๑๕ ที่ประเทศศรีลังกา พระเขี้ยวแก้ว จะมีพิมพ์เดียว ขนาดเดียว มีผิว หรือเนื้อสีน้ำตาลอมทอง สีอ่อนบ้าง เข้มบ้าง เนื้อแกร่งมีคราบไขแป้งบ้าง และจะมี ๓ แบบ แบบที่ ๑ ด้านหน้าจะทาบรอนซ์ทองเฉพาะองค์พระเจดีย์, ด้านหลังทาทองเต็ม (พระมหาบุญทาเอง) แบบที่ ๒ จะทาบรอนซ์ทองเต็มทั้งด้านหน้า และด้านหลัง(นิยม) (พระที่มาร่วมสร้าง จะช่วยๆกันทา)แบบที่ ๓ จะไม่ทาบรอนซ์ทองทั้งด้านหน้า และด้านหลัง (น้อยไม่ค่อยพบเห็น)เมื่อปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ได้รับเชิญไปร่วมงานประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พสล.) ณ ประเทศศรีลังกา ครั้งที่ ๑๐/๒๕๑๕ ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ กับพระองค์เจ้าพูนพิสมัย (ประธาน พสล.)หลวงพ่อจรัญ จึงได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระเขี้ยวแก้วซึ่งประดิษฐ์สถานอยู่ด้านในองค์พระเจดีย์ หลวงพ่อจรัญได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระเขี้ยวแก้ว หรือที่เรียกเป็นทางการว่า พระทันตธาตุ หลวงพ่อจรัญ ท่านได้อธิษฐานว่า ขอพระพุทธศาสนาจงอยู่คู่ประเทศไทยชั่วนิรันดรกาล ขอผองภัยที่มาแผ้วพานจงพ่ายด้วยอำนาจพระพุทธคุณด้วยเทอญ (สิ้นคำอธิษฐานฟ้าก็ได้ผ่าเปรี้ยงๆๆๆลงมาในบริเวณรอบข้างสามครั้งทั้งๆที่ฝนก็ไม่ได้ตก) ก่อนหลวงพ่อจรัญจะกลับ ท่านได้กำดินบริเวณด้านหน้าองค์พระเจดีย์ใต้ต้นศรีมหาโพธ์และ อธิษฐานจิตด้านหน้าพระเจดีย์เสร็จแล้วก็ใส่ไว้ในห่อผ้าเพื่อเก็บไว้ และเมื่อหลวงพ่อจรัญท่านได้กลับมาถึงที่ประเทศไทยได้เปิดห่อผ้าดู ซึ่งปรากฏว่าด้านในห่อผ้าที่เป็นดินทั้งหมดนั้นได้กลายมาเป็นพระธาตุทั้งหมด ต่อมา หลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)ท่านทราบเรื่องก็เดินทางมาดูและขอแบ่งพระธาตุไปส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปสร้างพระสมเด็จของท่านหลังจากนั้นมาท่านพระมหาบุญได้สร้างพระเครื่องแล้วนำเอาพระธาตุที่หลวงพ่อจรัญได้มาจากประเทศศรีลังกา บรรจุไว้ในองค์พระเครื่องที่สร้างด้วย ( ทุกๆองค์จะบรรจุอยู่ ๑ พระธาตุ ) สร้างเพื่อถวายหลวงพ่อจรัญ เพื่อให้หลวงพ่อจรัญเอาไว้แจกเป็นของที่ระลึกที่หลวงพ่อท่านได้ไปประเทศศรีลังกามา พระเขี้ยวแก้วนั้นสร้างน้อยตามพระธาตุที่ได้มา(เพราะส่วนหนึ่งแบ่งให้หลวงพ่อแพวัดพิกุลทอง(สหธรรมมิกหลวงพ่อ)ไป ดังนั้นพระเขี้ยวแก้วหลวงพ่อจรัญจึง มีลักษณะ คือ สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง มีสีน้ำตาลอมทอง สูง ๒ นิ้ว ๒ กระเบียด , กว้าง ๑ นิ้ว ๒ กระเบียด และหนา ๑ กระเบียด ด้านหน้า เป็นพระเจดีย์ยอดแหลม ตรงกลางพระเจดีย์เป็นพระพุทธรูปปางสมาธินั่ง (ปางตรัสรู้) , ด้านขวาพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ประสูติ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (สวนลุมพินีวัน) , ด้านซ้ายพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ปรินิพพานขององค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (กุสินารา)ด้านหลัง มีข้อความภาษาไทย ๗ บรรทัดจารึกว่า ที่ระลึก พระเขี้ยวแก้ว พระพุทธเจ้า พิธีวิสาขบูชา พระครูภาวนาวิสุทธิ์ ณ ประเทศศรีลังกา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๑๕.
...
|
|
05-เม.ย.-59
|
|
|
|
|
2
|
|
|
0.00
|
|
ประวัติพระเขี้ยวแก้ว ปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ตามประวัติ ท่านได้เดินทางไปจาริกแสวงบุญเป็นคณะพร้อมกับหลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)และลูกศิษย์ผู้ติดตาม หลังกลับมาเมืองไทยได้มีการ สร้างเป็นที่ระลึกหลังจากหลวงพ่อได้ไปงานประชุมสงฆ์ เมื่อปี๒๕๑๕ ที่ประเทศศรีลังกา พระเขี้ยวแก้ว จะมีพิมพ์เดียว ขนาดเดียว มีผิว หรือเนื้อสีน้ำตาลอมทอง สีอ่อนบ้าง เข้มบ้าง เนื้อแกร่งมีคราบไขแป้งบ้าง และจะมี ๓ แบบ แบบที่ ๑ ด้านหน้าจะทาบรอนซ์ทองเฉพาะองค์พระเจดีย์, ด้านหลังทาทองเต็ม (พระมหาบุญทาเอง) แบบที่ ๒ จะทาบรอนซ์ทองเต็มทั้งด้านหน้า และด้านหลัง(นิยม) (พระที่มาร่วมสร้าง จะช่วยๆกันทา)แบบที่ ๓ จะไม่ทาบรอนซ์ทองทั้งด้านหน้า และด้านหลัง (น้อยไม่ค่อยพบเห็น)เมื่อปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ได้รับเชิญไปร่วมงานประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พสล.) ณ ประเทศศรีลังกา ครั้งที่ ๑๐/๒๕๑๕ ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ กับพระองค์เจ้าพูนพิสมัย (ประธาน พสล.)หลวงพ่อจรัญ จึงได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระเขี้ยวแก้วซึ่งประดิษฐ์สถานอยู่ด้านในองค์พระเจดีย์ หลวงพ่อจรัญได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระเขี้ยวแก้ว หรือที่เรียกเป็นทางการว่า พระทันตธาตุ หลวงพ่อจรัญ ท่านได้อธิษฐานว่า ขอพระพุทธศาสนาจงอยู่คู่ประเทศไทยชั่วนิรันดรกาล ขอผองภัยที่มาแผ้วพานจงพ่ายด้วยอำนาจพระพุทธคุณด้วยเทอญ (สิ้นคำอธิษฐานฟ้าก็ได้ผ่าเปรี้ยงๆๆๆลงมาในบริเวณรอบข้างสามครั้งทั้งๆที่ฝนก็ไม่ได้ตก) ก่อนหลวงพ่อจรัญจะกลับ ท่านได้กำดินบริเวณด้านหน้าองค์พระเจดีย์ใต้ต้นศรีมหาโพธ์และ อธิษฐานจิตด้านหน้าพระเจดีย์เสร็จแล้วก็ใส่ไว้ในห่อผ้าเพื่อเก็บไว้ และเมื่อหลวงพ่อจรัญท่านได้กลับมาถึงที่ประเทศไทยได้เปิดห่อผ้าดู ซึ่งปรากฏว่าด้านในห่อผ้าที่เป็นดินทั้งหมดนั้นได้กลายมาเป็นพระธาตุทั้งหมด ต่อมา หลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)ท่านทราบเรื่องก็เดินทางมาดูและขอแบ่งพระธาตุไปส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปสร้างพระสมเด็จของท่านหลังจากนั้นมาท่านพระมหาบุญได้สร้างพระเครื่องแล้วนำเอาพระธาตุที่หลวงพ่อจรัญได้มาจากประเทศศรีลังกา บรรจุไว้ในองค์พระเครื่องที่สร้างด้วย ( ทุกๆองค์จะบรรจุอยู่ ๑ พระธาตุ ) สร้างเพื่อถวายหลวงพ่อจรัญ เพื่อให้หลวงพ่อจรัญเอาไว้แจกเป็นของที่ระลึกที่หลวงพ่อท่านได้ไปประเทศศรีลังกามา พระเขี้ยวแก้วนั้นสร้างน้อยตามพระธาตุที่ได้มา(เพราะส่วนหนึ่งแบ่งให้หลวงพ่อแพวัดพิกุลทอง(สหธรรมมิกหลวงพ่อ)ไป ดังนั้นพระเขี้ยวแก้วหลวงพ่อจรัญจึง มีลักษณะ คือ สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง มีสีน้ำตาลอมทอง สูง ๒ นิ้ว ๒ กระเบียด , กว้าง ๑ นิ้ว ๒ กระเบียด และหนา ๑ กระเบียด ด้านหน้า เป็นพระเจดีย์ยอดแหลม ตรงกลางพระเจดีย์เป็นพระพุทธรูปปางสมาธินั่ง (ปางตรัสรู้) , ด้านขวาพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ประสูติ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (สวนลุมพินีวัน) , ด้านซ้ายพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ปรินิพพานขององค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (กุสินารา)ด้านหลัง มีข้อความภาษาไทย ๗ บรรทัดจารึกว่า ที่ระลึก พระเขี้ยวแก้ว พระพุทธเจ้า พิธีวิสาขบูชา พระครูภาวนาวิสุทธิ์ ณ ประเทศศรีลังกา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๑๕.
...
|
|
05-เม.ย.-59
|
|
|
|
|
3
|
|
|
0.00
|
|
ประวัติพระเขี้ยวแก้ว ปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ตามประวัติ ท่านได้เดินทางไปจาริกแสวงบุญเป็นคณะพร้อมกับหลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)และลูกศิษย์ผู้ติดตาม หลังกลับมาเมืองไทยได้มีการ สร้างเป็นที่ระลึกหลังจากหลวงพ่อได้ไปงานประชุมสงฆ์ เมื่อปี๒๕๑๕ ที่ประเทศศรีลังกา พระเขี้ยวแก้ว จะมีพิมพ์เดียว ขนาดเดียว มีผิว หรือเนื้อสีน้ำตาลอมทอง สีอ่อนบ้าง เข้มบ้าง เนื้อแกร่งมีคราบไขแป้งบ้าง และจะมี ๓ แบบ แบบที่ ๑ ด้านหน้าจะทาบรอนซ์ทองเฉพาะองค์พระเจดีย์, ด้านหลังทาทองเต็ม (พระมหาบุญทาเอง) แบบที่ ๒ จะทาบรอนซ์ทองเต็มทั้งด้านหน้า และด้านหลัง(นิยม) (พระที่มาร่วมสร้าง จะช่วยๆกันทา)แบบที่ ๓ จะไม่ทาบรอนซ์ทองทั้งด้านหน้า และด้านหลัง (น้อยไม่ค่อยพบเห็น)เมื่อปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ได้รับเชิญไปร่วมงานประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พสล.) ณ ประเทศศรีลังกา ครั้งที่ ๑๐/๒๕๑๕ ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ กับพระองค์เจ้าพูนพิสมัย (ประธาน พสล.)หลวงพ่อจรัญ จึงได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระเขี้ยวแก้วซึ่งประดิษฐ์สถานอยู่ด้านในองค์พระเจดีย์ หลวงพ่อจรัญได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระเขี้ยวแก้ว หรือที่เรียกเป็นทางการว่า พระทันตธาตุ หลวงพ่อจรัญ ท่านได้อธิษฐานว่า ขอพระพุทธศาสนาจงอยู่คู่ประเทศไทยชั่วนิรันดรกาล ขอผองภัยที่มาแผ้วพานจงพ่ายด้วยอำนาจพระพุทธคุณด้วยเทอญ (สิ้นคำอธิษฐานฟ้าก็ได้ผ่าเปรี้ยงๆๆๆลงมาในบริเวณรอบข้างสามครั้งทั้งๆที่ฝนก็ไม่ได้ตก) ก่อนหลวงพ่อจรัญจะกลับ ท่านได้กำดินบริเวณด้านหน้าองค์พระเจดีย์ใต้ต้นศรีมหาโพธ์และ อธิษฐานจิตด้านหน้าพระเจดีย์เสร็จแล้วก็ใส่ไว้ในห่อผ้าเพื่อเก็บไว้ และเมื่อหลวงพ่อจรัญท่านได้กลับมาถึงที่ประเทศไทยได้เปิดห่อผ้าดู ซึ่งปรากฏว่าด้านในห่อผ้าที่เป็นดินทั้งหมดนั้นได้กลายมาเป็นพระธาตุทั้งหมด ต่อมา หลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)ท่านทราบเรื่องก็เดินทางมาดูและขอแบ่งพระธาตุไปส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปสร้างพระสมเด็จของท่านหลังจากนั้นมาท่านพระมหาบุญได้สร้างพระเครื่องแล้วนำเอาพระธาตุที่หลวงพ่อจรัญได้มาจากประเทศศรีลังกา บรรจุไว้ในองค์พระเครื่องที่สร้างด้วย ( ทุกๆองค์จะบรรจุอยู่ ๑ พระธาตุ ) สร้างเพื่อถวายหลวงพ่อจรัญ เพื่อให้หลวงพ่อจรัญเอาไว้แจกเป็นของที่ระลึกที่หลวงพ่อท่านได้ไปประเทศศรีลังกามา พระเขี้ยวแก้วนั้นสร้างน้อยตามพระธาตุที่ได้มา(เพราะส่วนหนึ่งแบ่งให้หลวงพ่อแพวัดพิกุลทอง(สหธรรมมิกหลวงพ่อ)ไป ดังนั้นพระเขี้ยวแก้วหลวงพ่อจรัญจึง มีลักษณะ คือ สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง มีสีน้ำตาลอมทอง สูง ๒ นิ้ว ๒ กระเบียด , กว้าง ๑ นิ้ว ๒ กระเบียด และหนา ๑ กระเบียด ด้านหน้า เป็นพระเจดีย์ยอดแหลม ตรงกลางพระเจดีย์เป็นพระพุทธรูปปางสมาธินั่ง (ปางตรัสรู้) , ด้านขวาพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ประสูติ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (สวนลุมพินีวัน) , ด้านซ้ายพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ปรินิพพานขององค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (กุสินารา)ด้านหลัง มีข้อความภาษาไทย ๗ บรรทัดจารึกว่า ที่ระลึก พระเขี้ยวแก้ว พระพุทธเจ้า พิธีวิสาขบูชา พระครูภาวนาวิสุทธิ์ ณ ประเทศศรีลังกา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๑๕.
...
|
|
05-เม.ย.-59
|
|
|
|
|
4
|
|
|
0.00
|
|
ประวัติพระเขี้ยวแก้ว ปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ตามประวัติ ท่านได้เดินทางไปจาริกแสวงบุญเป็นคณะพร้อมกับหลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)และลูกศิษย์ผู้ติดตาม หลังกลับมาเมืองไทยได้มีการ สร้างเป็นที่ระลึกหลังจากหลวงพ่อได้ไปงานประชุมสงฆ์ เมื่อปี๒๕๑๕ ที่ประเทศศรีลังกา พระเขี้ยวแก้ว จะมีพิมพ์เดียว ขนาดเดียว มีผิว หรือเนื้อสีน้ำตาลอมทอง สีอ่อนบ้าง เข้มบ้าง เนื้อแกร่งมีคราบไขแป้งบ้าง และจะมี ๓ แบบ แบบที่ ๑ ด้านหน้าจะทาบรอนซ์ทองเฉพาะองค์พระเจดีย์, ด้านหลังทาทองเต็ม (พระมหาบุญทาเอง) แบบที่ ๒ จะทาบรอนซ์ทองเต็มทั้งด้านหน้า และด้านหลัง(นิยม) (พระที่มาร่วมสร้าง จะช่วยๆกันทา)แบบที่ ๓ จะไม่ทาบรอนซ์ทองทั้งด้านหน้า และด้านหลัง (น้อยไม่ค่อยพบเห็น)เมื่อปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ได้รับเชิญไปร่วมงานประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พสล.) ณ ประเทศศรีลังกา ครั้งที่ ๑๐/๒๕๑๕ ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ กับพระองค์เจ้าพูนพิสมัย (ประธาน พสล.)หลวงพ่อจรัญ จึงได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระเขี้ยวแก้วซึ่งประดิษฐ์สถานอยู่ด้านในองค์พระเจดีย์ หลวงพ่อจรัญได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระเขี้ยวแก้ว หรือที่เรียกเป็นทางการว่า พระทันตธาตุ หลวงพ่อจรัญ ท่านได้อธิษฐานว่า ขอพระพุทธศาสนาจงอยู่คู่ประเทศไทยชั่วนิรันดรกาล ขอผองภัยที่มาแผ้วพานจงพ่ายด้วยอำนาจพระพุทธคุณด้วยเทอญ (สิ้นคำอธิษฐานฟ้าก็ได้ผ่าเปรี้ยงๆๆๆลงมาในบริเวณรอบข้างสามครั้งทั้งๆที่ฝนก็ไม่ได้ตก) ก่อนหลวงพ่อจรัญจะกลับ ท่านได้กำดินบริเวณด้านหน้าองค์พระเจดีย์ใต้ต้นศรีมหาโพธ์และ อธิษฐานจิตด้านหน้าพระเจดีย์เสร็จแล้วก็ใส่ไว้ในห่อผ้าเพื่อเก็บไว้ และเมื่อหลวงพ่อจรัญท่านได้กลับมาถึงที่ประเทศไทยได้เปิดห่อผ้าดู ซึ่งปรากฏว่าด้านในห่อผ้าที่เป็นดินทั้งหมดนั้นได้กลายมาเป็นพระธาตุทั้งหมด ต่อมา หลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)ท่านทราบเรื่องก็เดินทางมาดูและขอแบ่งพระธาตุไปส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปสร้างพระสมเด็จของท่านหลังจากนั้นมาท่านพระมหาบุญได้สร้างพระเครื่องแล้วนำเอาพระธาตุที่หลวงพ่อจรัญได้มาจากประเทศศรีลังกา บรรจุไว้ในองค์พระเครื่องที่สร้างด้วย ( ทุกๆองค์จะบรรจุอยู่ ๑ พระธาตุ ) สร้างเพื่อถวายหลวงพ่อจรัญ เพื่อให้หลวงพ่อจรัญเอาไว้แจกเป็นของที่ระลึกที่หลวงพ่อท่านได้ไปประเทศศรีลังกามา พระเขี้ยวแก้วนั้นสร้างน้อยตามพระธาตุที่ได้มา(เพราะส่วนหนึ่งแบ่งให้หลวงพ่อแพวัดพิกุลทอง(สหธรรมมิกหลวงพ่อ)ไป ดังนั้นพระเขี้ยวแก้วหลวงพ่อจรัญจึง มีลักษณะ คือ สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง มีสีน้ำตาลอมทอง สูง ๒ นิ้ว ๒ กระเบียด , กว้าง ๑ นิ้ว ๒ กระเบียด และหนา ๑ กระเบียด ด้านหน้า เป็นพระเจดีย์ยอดแหลม ตรงกลางพระเจดีย์เป็นพระพุทธรูปปางสมาธินั่ง (ปางตรัสรู้) , ด้านขวาพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ประสูติ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (สวนลุมพินีวัน) , ด้านซ้ายพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ปรินิพพานขององค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (กุสินารา)ด้านหลัง มีข้อความภาษาไทย ๗ บรรทัดจารึกว่า ที่ระลึก พระเขี้ยวแก้ว พระพุทธเจ้า พิธีวิสาขบูชา พระครูภาวนาวิสุทธิ์ ณ ประเทศศรีลังกา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๑๕.
...
|
|
05-เม.ย.-59
|
|
|
|
|
5
|
|
|
0.00
|
|
ประวัติพระเขี้ยวแก้ว ปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ตามประวัติ ท่านได้เดินทางไปจาริกแสวงบุญเป็นคณะพร้อมกับหลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)และลูกศิษย์ผู้ติดตาม หลังกลับมาเมืองไทยได้มีการ สร้างเป็นที่ระลึกหลังจากหลวงพ่อได้ไปงานประชุมสงฆ์ เมื่อปี๒๕๑๕ ที่ประเทศศรีลังกา พระเขี้ยวแก้ว จะมีพิมพ์เดียว ขนาดเดียว มีผิว หรือเนื้อสีน้ำตาลอมทอง สีอ่อนบ้าง เข้มบ้าง เนื้อแกร่งมีคราบไขแป้งบ้าง และจะมี ๓ แบบ แบบที่ ๑ ด้านหน้าจะทาบรอนซ์ทองเฉพาะองค์พระเจดีย์, ด้านหลังทาทองเต็ม (พระมหาบุญทาเอง) แบบที่ ๒ จะทาบรอนซ์ทองเต็มทั้งด้านหน้า และด้านหลัง(นิยม) (พระที่มาร่วมสร้าง จะช่วยๆกันทา)แบบที่ ๓ จะไม่ทาบรอนซ์ทองทั้งด้านหน้า และด้านหลัง (น้อยไม่ค่อยพบเห็น)เมื่อปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ได้รับเชิญไปร่วมงานประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พสล.) ณ ประเทศศรีลังกา ครั้งที่ ๑๐/๒๕๑๕ ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ กับพระองค์เจ้าพูนพิสมัย (ประธาน พสล.)หลวงพ่อจรัญ จึงได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระเขี้ยวแก้วซึ่งประดิษฐ์สถานอยู่ด้านในองค์พระเจดีย์ หลวงพ่อจรัญได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระเขี้ยวแก้ว หรือที่เรียกเป็นทางการว่า พระทันตธาตุ หลวงพ่อจรัญ ท่านได้อธิษฐานว่า ขอพระพุทธศาสนาจงอยู่คู่ประเทศไทยชั่วนิรันดรกาล ขอผองภัยที่มาแผ้วพานจงพ่ายด้วยอำนาจพระพุทธคุณด้วยเทอญ (สิ้นคำอธิษฐานฟ้าก็ได้ผ่าเปรี้ยงๆๆๆลงมาในบริเวณรอบข้างสามครั้งทั้งๆที่ฝนก็ไม่ได้ตก) ก่อนหลวงพ่อจรัญจะกลับ ท่านได้กำดินบริเวณด้านหน้าองค์พระเจดีย์ใต้ต้นศรีมหาโพธ์และ อธิษฐานจิตด้านหน้าพระเจดีย์เสร็จแล้วก็ใส่ไว้ในห่อผ้าเพื่อเก็บไว้ และเมื่อหลวงพ่อจรัญท่านได้กลับมาถึงที่ประเทศไทยได้เปิดห่อผ้าดู ซึ่งปรากฏว่าด้านในห่อผ้าที่เป็นดินทั้งหมดนั้นได้กลายมาเป็นพระธาตุทั้งหมด ต่อมา หลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)ท่านทราบเรื่องก็เดินทางมาดูและขอแบ่งพระธาตุไปส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปสร้างพระสมเด็จของท่านหลังจากนั้นมาท่านพระมหาบุญได้สร้างพระเครื่องแล้วนำเอาพระธาตุที่หลวงพ่อจรัญได้มาจากประเทศศรีลังกา บรรจุไว้ในองค์พระเครื่องที่สร้างด้วย ( ทุกๆองค์จะบรรจุอยู่ ๑ พระธาตุ ) สร้างเพื่อถวายหลวงพ่อจรัญ เพื่อให้หลวงพ่อจรัญเอาไว้แจกเป็นของที่ระลึกที่หลวงพ่อท่านได้ไปประเทศศรีลังกามา พระเขี้ยวแก้วนั้นสร้างน้อยตามพระธาตุที่ได้มา(เพราะส่วนหนึ่งแบ่งให้หลวงพ่อแพวัดพิกุลทอง(สหธรรมมิกหลวงพ่อ)ไป ดังนั้นพระเขี้ยวแก้วหลวงพ่อจรัญจึง มีลักษณะ คือ สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง มีสีน้ำตาลอมทอง สูง ๒ นิ้ว ๒ กระเบียด , กว้าง ๑ นิ้ว ๒ กระเบียด และหนา ๑ กระเบียด ด้านหน้า เป็นพระเจดีย์ยอดแหลม ตรงกลางพระเจดีย์เป็นพระพุทธรูปปางสมาธินั่ง (ปางตรัสรู้) , ด้านขวาพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ประสูติ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (สวนลุมพินีวัน) , ด้านซ้ายพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ปรินิพพานขององค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (กุสินารา)ด้านหลัง มีข้อความภาษาไทย ๗ บรรทัดจารึกว่า ที่ระลึก พระเขี้ยวแก้ว พระพุทธเจ้า พิธีวิสาขบูชา พระครูภาวนาวิสุทธิ์ ณ ประเทศศรีลังกา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๑๕.
...
|
|
05-เม.ย.-59
|
|
|
|
|
6
|
|
|
0.00
|
|
เหรียญหล่อเจ้าสัวประทานพร รุ่นแรก ๕๗ เบอร์ 17 หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี
มี ๑๑ เนื้อ
๑.เนื้อทองคำ ๙๙ เหรียญ
๒.เนื้อเงินหน้ากากทองคำ ๙๙ เหรียญ
๓.เนื้อสัมฤทธิ์หน้ากากทองคำ ๙๙ เหรียญ
๔.เนื้อเงิน ๙๙๙ เหรียญ
๕.เนื้อสัมฤทธิ์หน้ากากเงิน ๑,๑๙๙ เหรียญ
๖.เนื้อสัมฤทธิ์ ๑,๔๙๙ เหรียญ
๗.เนื้อทองนพคุณ(อัลปาก้า) ๒,๙๙๙ เหรียญ
๘.เนื้อทองทิพย์(ทองเหลือง) ๔,๙๙๙ เหรียญ
๙.เนื้อทองชมพู(ทองแดง) ๓,๙๙๙ เหรียญ
๑๐.เนื้อกะไหล่เงิน(กรรมการ) ๑,๐๐๐ เหรียญ
๑๑.เนื้อตะกั่วหน้าเงิน(พิเศษ) ๒๕๒ เหรียญ
เหรียญรุ่นนี้ปลุกเสกถึง ๓ วาระ
วาระที่๑ พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม เมตตาอธิฐานจิตเดี่ยวที่กุฏิ ในวันจันทร์ที่ ๒๒ ธ.ค. ๒๕๕๗ เวลา ๑๐:๒๙ น.
วาระที่๒ พระคณาจารย์จังหวัดสิงห์บุรี นำโดยพระภาวนาพรหมคุณ ร่วมปลุกเสกพิธี มหาพุทธาภิเสกใหญ่ ในอุโบสถ วัดกลางพรหมนคร สิงห์บุรี ในวันจันทร์ที่ ๒๒ ธ.ค. ๒๕๕๗ เวลา ๑๔:๑๙ น.
วาระที่๓ ปลุกเสกพิธี มหาพุทธาภิเสกใหญ่ ณ ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ธ.ค. ๒๕๕๗
รุ่นนี้จึงมีทั้ง ความเข้มขลัง + ความวิจิตร สวยสดงดงามมากๆ อีกทั้งยังถือว่าเป็นเหรียญเจ้าสัวปางประทานพร รุ่นแรกอีกด้วย จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย
...
|
|
04-เม.ย.-59
|
|
|
|
|
7
|
|
|
0.00
|
|
ประวัติพระเขี้ยวแก้ว ปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ตามประวัติ ท่านได้เดินทางไปจาริกแสวงบุญเป็นคณะพร้อมกับหลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)และลูกศิษย์ผู้ติดตาม หลังกลับมาเมืองไทยได้มีการ สร้างเป็นที่ระลึกหลังจากหลวงพ่อได้ไปงานประชุมสงฆ์ เมื่อปี๒๕๑๕ ที่ประเทศศรีลังกา พระเขี้ยวแก้ว จะมีพิมพ์เดียว ขนาดเดียว มีผิว หรือเนื้อสีน้ำตาลอมทอง สีอ่อนบ้าง เข้มบ้าง เนื้อแกร่งมีคราบไขแป้งบ้าง และจะมี ๓ แบบ แบบที่ ๑ ด้านหน้าจะทาบรอนซ์ทองเฉพาะองค์พระเจดีย์, ด้านหลังทาทองเต็ม (พระมหาบุญทาเอง) แบบที่ ๒ จะทาบรอนซ์ทองเต็มทั้งด้านหน้า และด้านหลัง(นิยม) (พระที่มาร่วมสร้าง จะช่วยๆกันทา)แบบที่ ๓ จะไม่ทาบรอนซ์ทองทั้งด้านหน้า และด้านหลัง (น้อยไม่ค่อยพบเห็น)เมื่อปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ได้รับเชิญไปร่วมงานประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พสล.) ณ ประเทศศรีลังกา ครั้งที่ ๑๐/๒๕๑๕ ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ กับพระองค์เจ้าพูนพิสมัย (ประธาน พสล.)หลวงพ่อจรัญ จึงได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระเขี้ยวแก้วซึ่งประดิษฐ์สถานอยู่ด้านในองค์พระเจดีย์ หลวงพ่อจรัญได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระเขี้ยวแก้ว หรือที่เรียกเป็นทางการว่า พระทันตธาตุ หลวงพ่อจรัญ ท่านได้อธิษฐานว่า ขอพระพุทธศาสนาจงอยู่คู่ประเทศไทยชั่วนิรันดรกาล ขอผองภัยที่มาแผ้วพานจงพ่ายด้วยอำนาจพระพุทธคุณด้วยเทอญ (สิ้นคำอธิษฐานฟ้าก็ได้ผ่าเปรี้ยงๆๆๆลงมาในบริเวณรอบข้างสามครั้งทั้งๆที่ฝนก็ไม่ได้ตก) ก่อนหลวงพ่อจรัญจะกลับ ท่านได้กำดินบริเวณด้านหน้าองค์พระเจดีย์ใต้ต้นศรีมหาโพธ์และ อธิษฐานจิตด้านหน้าพระเจดีย์เสร็จแล้วก็ใส่ไว้ในห่อผ้าเพื่อเก็บไว้ และเมื่อหลวงพ่อจรัญท่านได้กลับมาถึงที่ประเทศไทยได้เปิดห่อผ้าดู ซึ่งปรากฏว่าด้านในห่อผ้าที่เป็นดินทั้งหมดนั้นได้กลายมาเป็นพระธาตุทั้งหมด ต่อมา หลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)ท่านทราบเรื่องก็เดินทางมาดูและขอแบ่งพระธาตุไปส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปสร้างพระสมเด็จของท่านหลังจากนั้นมาท่านพระมหาบุญได้สร้างพระเครื่องแล้วนำเอาพระธาตุที่หลวงพ่อจรัญได้มาจากประเทศศรีลังกา บรรจุไว้ในองค์พระเครื่องที่สร้างด้วย ( ทุกๆองค์จะบรรจุอยู่ ๑ พระธาตุ ) สร้างเพื่อถวายหลวงพ่อจรัญ เพื่อให้หลวงพ่อจรัญเอาไว้แจกเป็นของที่ระลึกที่หลวงพ่อท่านได้ไปประเทศศรีลังกามา พระเขี้ยวแก้วนั้นสร้างน้อยตามพระธาตุที่ได้มา(เพราะส่วนหนึ่งแบ่งให้หลวงพ่อแพวัดพิกุลทอง(สหธรรมมิกหลวงพ่อ)ไป ดังนั้นพระเขี้ยวแก้วหลวงพ่อจรัญจึง มีลักษณะ คือ สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง มีสีน้ำตาลอมทอง สูง ๒ นิ้ว ๒ กระเบียด , กว้าง ๑ นิ้ว ๒ กระเบียด และหนา ๑ กระเบียด ด้านหน้า เป็นพระเจดีย์ยอดแหลม ตรงกลางพระเจดีย์เป็นพระพุทธรูปปางสมาธินั่ง (ปางตรัสรู้) , ด้านขวาพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ประสูติ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (สวนลุมพินีวัน) , ด้านซ้ายพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ปรินิพพานขององค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (กุสินารา)ด้านหลัง มีข้อความภาษาไทย ๗ บรรทัดจารึกว่า ที่ระลึก พระเขี้ยวแก้ว พระพุทธเจ้า พิธีวิสาขบูชา พระครูภาวนาวิสุทธิ์ ณ ประเทศศรีลังกา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๑๕..
...
|
|
05-เม.ย.-59
|
|
|
|
|
8
|
|
|
0.00
|
|
ประวัติพระเขี้ยวแก้ว ปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ตามประวัติ ท่านได้เดินทางไปจาริกแสวงบุญเป็นคณะพร้อมกับหลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)และลูกศิษย์ผู้ติดตาม หลังกลับมาเมืองไทยได้มีการ สร้างเป็นที่ระลึกหลังจากหลวงพ่อได้ไปงานประชุมสงฆ์ เมื่อปี๒๕๑๕ ที่ประเทศศรีลังกา พระเขี้ยวแก้ว จะมีพิมพ์เดียว ขนาดเดียว มีผิว หรือเนื้อสีน้ำตาลอมทอง สีอ่อนบ้าง เข้มบ้าง เนื้อแกร่งมีคราบไขแป้งบ้าง และจะมี ๓ แบบ แบบที่ ๑ ด้านหน้าจะทาบรอนซ์ทองเฉพาะองค์พระเจดีย์, ด้านหลังทาทองเต็ม (พระมหาบุญทาเอง) แบบที่ ๒ จะทาบรอนซ์ทองเต็มทั้งด้านหน้า และด้านหลัง(นิยม) (พระที่มาร่วมสร้าง จะช่วยๆกันทา)แบบที่ ๓ จะไม่ทาบรอนซ์ทองทั้งด้านหน้า และด้านหลัง (น้อยไม่ค่อยพบเห็น)เมื่อปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ได้รับเชิญไปร่วมงานประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พสล.) ณ ประเทศศรีลังกา ครั้งที่ ๑๐/๒๕๑๕ ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ กับพระองค์เจ้าพูนพิสมัย (ประธาน พสล.)หลวงพ่อจรัญ จึงได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระเขี้ยวแก้วซึ่งประดิษฐ์สถานอยู่ด้านในองค์พระเจดีย์ หลวงพ่อจรัญได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระเขี้ยวแก้ว หรือที่เรียกเป็นทางการว่า พระทันตธาตุ หลวงพ่อจรัญ ท่านได้อธิษฐานว่า ขอพระพุทธศาสนาจงอยู่คู่ประเทศไทยชั่วนิรันดรกาล ขอผองภัยที่มาแผ้วพานจงพ่ายด้วยอำนาจพระพุทธคุณด้วยเทอญ (สิ้นคำอธิษฐานฟ้าก็ได้ผ่าเปรี้ยงๆๆๆลงมาในบริเวณรอบข้างสามครั้งทั้งๆที่ฝนก็ไม่ได้ตก) ก่อนหลวงพ่อจรัญจะกลับ ท่านได้กำดินบริเวณด้านหน้าองค์พระเจดีย์ใต้ต้นศรีมหาโพธ์และ อธิษฐานจิตด้านหน้าพระเจดีย์เสร็จแล้วก็ใส่ไว้ในห่อผ้าเพื่อเก็บไว้ และเมื่อหลวงพ่อจรัญท่านได้กลับมาถึงที่ประเทศไทยได้เปิดห่อผ้าดู ซึ่งปรากฏว่าด้านในห่อผ้าที่เป็นดินทั้งหมดนั้นได้กลายมาเป็นพระธาตุทั้งหมด ต่อมา หลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)ท่านทราบเรื่องก็เดินทางมาดูและขอแบ่งพระธาตุไปส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปสร้างพระสมเด็จของท่านหลังจากนั้นมาท่านพระมหาบุญได้สร้างพระเครื่องแล้วนำเอาพระธาตุที่หลวงพ่อจรัญได้มาจากประเทศศรีลังกา บรรจุไว้ในองค์พระเครื่องที่สร้างด้วย ( ทุกๆองค์จะบรรจุอยู่ ๑ พระธาตุ ) สร้างเพื่อถวายหลวงพ่อจรัญ เพื่อให้หลวงพ่อจรัญเอาไว้แจกเป็นของที่ระลึกที่หลวงพ่อท่านได้ไปประเทศศรีลังกามา พระเขี้ยวแก้วนั้นสร้างน้อยตามพระธาตุที่ได้มา(เพราะส่วนหนึ่งแบ่งให้หลวงพ่อแพวัดพิกุลทอง(สหธรรมมิกหลวงพ่อ)ไป ดังนั้นพระเขี้ยวแก้วหลวงพ่อจรัญจึง มีลักษณะ คือ สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง มีสีน้ำตาลอมทอง สูง ๒ นิ้ว ๒ กระเบียด , กว้าง ๑ นิ้ว ๒ กระเบียด และหนา ๑ กระเบียด ด้านหน้า เป็นพระเจดีย์ยอดแหลม ตรงกลางพระเจดีย์เป็นพระพุทธรูปปางสมาธินั่ง (ปางตรัสรู้) , ด้านขวาพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ประสูติ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (สวนลุมพินีวัน) , ด้านซ้ายพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ปรินิพพานขององค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (กุสินารา)ด้านหลัง มีข้อความภาษาไทย ๗ บรรทัดจารึกว่า ที่ระลึก พระเขี้ยวแก้ว พระพุทธเจ้า พิธีวิสาขบูชา พระครูภาวนาวิสุทธิ์ ณ ประเทศศรีลังกา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๑๕
...
|
|
04-เม.ย.-59
|
|
|
|
|
9
|
|
|
0.00
|
|
ประวัติพระเขี้ยวแก้ว ปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ตามประวัติ ท่านได้เดินทางไปจาริกแสวงบุญเป็นคณะพร้อมกับหลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)และลูกศิษย์ผู้ติดตาม หลังกลับมาเมืองไทยได้มีการ สร้างเป็นที่ระลึกหลังจากหลวงพ่อได้ไปงานประชุมสงฆ์ เมื่อปี๒๕๑๕ ที่ประเทศศรีลังกา พระเขี้ยวแก้ว จะมีพิมพ์เดียว ขนาดเดียว มีผิว หรือเนื้อสีน้ำตาลอมทอง สีอ่อนบ้าง เข้มบ้าง เนื้อแกร่งมีคราบไขแป้งบ้าง และจะมี ๓ แบบ แบบที่ ๑ ด้านหน้าจะทาบรอนซ์ทองเฉพาะองค์พระเจดีย์, ด้านหลังทาทองเต็ม (พระมหาบุญทาเอง) แบบที่ ๒ จะทาบรอนซ์ทองเต็มทั้งด้านหน้า และด้านหลัง(นิยม) (พระที่มาร่วมสร้าง จะช่วยๆกันทา)แบบที่ ๓ จะไม่ทาบรอนซ์ทองทั้งด้านหน้า และด้านหลัง (น้อยไม่ค่อยพบเห็น)เมื่อปี ๒๕๑๕ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ได้รับเชิญไปร่วมงานประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พสล.) ณ ประเทศศรีลังกา ครั้งที่ ๑๐/๒๕๑๕ ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ กับพระองค์เจ้าพูนพิสมัย (ประธาน พสล.)หลวงพ่อจรัญ จึงได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระเขี้ยวแก้วซึ่งประดิษฐ์สถานอยู่ด้านในองค์พระเจดีย์ หลวงพ่อจรัญได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระเขี้ยวแก้ว หรือที่เรียกเป็นทางการว่า พระทันตธาตุ หลวงพ่อจรัญ ท่านได้อธิษฐานว่า ขอพระพุทธศาสนาจงอยู่คู่ประเทศไทยชั่วนิรันดรกาล ขอผองภัยที่มาแผ้วพานจงพ่ายด้วยอำนาจพระพุทธคุณด้วยเทอญ (สิ้นคำอธิษฐานฟ้าก็ได้ผ่าเปรี้ยงๆๆๆลงมาในบริเวณรอบข้างสามครั้งทั้งๆที่ฝนก็ไม่ได้ตก) ก่อนหลวงพ่อจรัญจะกลับ ท่านได้กำดินบริเวณด้านหน้าองค์พระเจดีย์ใต้ต้นศรีมหาโพธ์และ อธิษฐานจิตด้านหน้าพระเจดีย์เสร็จแล้วก็ใส่ไว้ในห่อผ้าเพื่อเก็บไว้ และเมื่อหลวงพ่อจรัญท่านได้กลับมาถึงที่ประเทศไทยได้เปิดห่อผ้าดู ซึ่งปรากฏว่าด้านในห่อผ้าที่เป็นดินทั้งหมดนั้นได้กลายมาเป็นพระธาตุทั้งหมด ต่อมา หลวงพ่อแพ(วัดพิกุลทอง)ท่านทราบเรื่องก็เดินทางมาดูและขอแบ่งพระธาตุไปส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปสร้างพระสมเด็จของท่านหลังจากนั้นมาท่านพระมหาบุญได้สร้างพระเครื่องแล้วนำเอาพระธาตุที่หลวงพ่อจรัญได้มาจากประเทศศรีลังกา บรรจุไว้ในองค์พระเครื่องที่สร้างด้วย ( ทุกๆองค์จะบรรจุอยู่ ๑ พระธาตุ ) สร้างเพื่อถวายหลวงพ่อจรัญ เพื่อให้หลวงพ่อจรัญเอาไว้แจกเป็นของที่ระลึกที่หลวงพ่อท่านได้ไปประเทศศรีลังกามา พระเขี้ยวแก้วนั้นสร้างน้อยตามพระธาตุที่ได้มา(เพราะส่วนหนึ่งแบ่งให้หลวงพ่อแพวัดพิกุลทอง(สหธรรมมิกหลวงพ่อ)ไป ดังนั้นพระเขี้ยวแก้วหลวงพ่อจรัญจึง มีลักษณะ คือ สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง มีสีน้ำตาลอมทอง สูง ๒ นิ้ว ๒ กระเบียด , กว้าง ๑ นิ้ว ๒ กระเบียด และหนา ๑ กระเบียด ด้านหน้า เป็นพระเจดีย์ยอดแหลม ตรงกลางพระเจดีย์เป็นพระพุทธรูปปางสมาธินั่ง (ปางตรัสรู้) , ด้านขวาพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ประสูติ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (สวนลุมพินีวัน) , ด้านซ้ายพระเจดีย์ เป็นรูปลักษณะสถานที่ปรินิพพานขององค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (กุสินารา)ด้านหลัง มีข้อความภาษาไทย ๗ บรรทัดจารึกว่า ที่ระลึก พระเขี้ยวแก้ว พระพุทธเจ้า พิธีวิสาขบูชา พระครูภาวนาวิสุทธิ์ ณ ประเทศศรีลังกา ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๑๕
...
|
|
04-เม.ย.-59
|
|