|
ลำดับ |
รูปภาพ |
สินค้า |
ราคาขาย |
ข้อมูลทั่วไป |
ข้อมูลล่าสุดเมื่อ |
สถานะ
|
|
|
|
1
|
|
|
0.00
|
|
รูปถ่ายหลังสิงห์ รูปถ่ายหลังสิงห์ ลพ.กวย ออกราวปี พ.ศ.๒๕๐๐ และสันนิษฐานว่าเป็นภาพต้นแบบเหรียญรุ่นแรก โดยด้านหลังภาพ ลพ.กวย ท่านนำยันต์ราชสีห์มหาอำนาจตำรา ลพ.จง วัดหน้าต่างนอกองค์อาจารย์ท่านมาประทับด้านหลัง ยันต์นี้ดีทาง มหาอำนาจ มหาอุตม์ คงกระพัน โดยตรงกลางเป็นรูปราชสีห์ มียันต์อยู่มุมทั้งสี่ด้าน เป็นคาถาหัวพญาราชสีห์ และภาพยันต์นี้ ลพ.กวย เคยนำมาสร้างผ้ายันต์ด้วยเช่นกัน ลพ.กวย ท่านเป็นผู้รู้อาคมมากเจนจบสรรพวิชาหลายแขนงวิชา และท่านทราบดีถึงข้อดีข้อด้อยต่าง ๆ ในการใช้อาคม อีกอย่างลูกศิษย์เป็นนักเลงคนจริง เป็นเสือ เป็นโจรก็มาก เป็นทหารรั้วของชาติก็มีมากเช่นกัน ด้วยความรักเป็นห่วงศิษย์ดังบิดาเมตตาบุตร ท่านพยามปลุกเสกของท่านอย่างดีที่สุด เรียกว่าสุดกำลังความสามรถเต็มภูมิที่มี อย่างของที่จะเสกหนักไปทางต่อสู้ปราบปรามท่านจะต้องเริ่มเสกด้วย เพชฌฆาตฤกษ์ เป็นต้น ของใดเริ่มเสกด้วยฤกษ์ใดใดท่านรู้ จะเสกปิดหมดวันใดเป็นวันอ่อน เป็นวันเปิดท่านจะเสกให้แข็งจะเน้น ด้วยกันศิษย์ที่อาจจะเป็นวันเปิดในวันนั้นกลัวเขาจะเอาศิษย์ไปฆ่าตาย ด้วยความเป็นอมตะรู้แจ้งและเมตตา ท่านรู้ดีว่าหากวันหน้ามีคนนับถือมากของ ๆ ท่านจะหายากมาก ท่านได้เสกตัวเสกแยกจิตนำจิตมาสถิตลงในรูปถ่ายของท่านให้เป็นอมตะ ใครเอาไปใช้ไปไหนก็ไม่เสื่อมถอย ใครจะมีอาคมมาคัดมาถอยวิชาที่ท่านเรียกจิตปลุกเสกลงในรูปถ่ายนี้ไม่ได้ ใครจะเอาไปอัดไปทำอย่างไรก็จะศักดิ์สิทธิ์ (เสกฟิล์ม) ก่อนจะถ่ายท่านนั่งเสกตัวเสกสังฆาฏิเรียกจิตเรียกอาการปลุกธาตุตนเองก่อนเสก คือ พร้อมเสมอ พร้อมตลอดเวลา จะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นพร้อมจะปกป้องคุ้มครอง ภาพรุ่นนี้มีสองแบบ คือ ภาพมหาอุตม์ กับ ภาพแคล้วคลาด ๑. ภาพมหาอุตม์ คือ ก่อนจะถ่ายภาพ ลพ.กวย ท่านอธิษฐานเสกตัวท่านเองก่อนถ่ายภาพ โดยท่านเคยเล่าให้ศิษย์พระของท่านว่า ต้องเสกเอาลิ้นดุนเพดานปาก แล้วจึงเสกจีวรขมวดมุมดึงจีวรที่ปลายแขนซ้ายขึ้นมาจุกไว้ที่ใต้วงแขน แบบนี้เป็นมหาอุตม์ ดีทางหยุดอาวุธห้ามอาวุธ ปืนยิงไม่ออก จนถึงปากกระบอกแตกได้ คาถามหาอุตม์ว่า อะนิสทัสสะ นะอัปปะติ อะนิสทัสสะ นะอัปปะติคา จะยิง ๆ ไม่ออก หากออกก็คาปากกระบอกจนถึงปากกระบอกแตกปืนเสียหายได้ ภาพแบบนี้ประสบการณ์สูงทางหยุดอาวุธห้ามอาวุธ ห้ามอาวุธนี้ก็ เช่น จะชักมีดออกจากฝักแต่ชักไม่ออกอย่างนี้ห้ามอาวุธ อย่างสมัยก่อนมีคนทาง ศรีประจันต์ เขาเป็นศิษย์เคยสักกับ ลพ.มุ่ย และมาเป็นศิษย์มาสักยันต์กับ ลพ.กวย สักเป็นยันต์ตาราง และตัวเลขที่แผ่นหลัง ได้บูชารูปรุ่นนี้ใหม่ ๆ (ปี พ.ศ.๒๕๐๕) ได้ไปเที่ยวข้ามถิ่นไปถึงด่านช้าง สมัยนั้นด่านช้างยังเต็มไปด้วยนักเลงมือปืน ไปมีเรื่องจะถูกฟันดีมีดดาบไทย แต่แปลกฝ่ายตรงข้ามพยายามดึงมีดออกจากฝักอย่างไรก็ไม่สามารถดึงตัวมีออกจากฝักได้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกอัศจรรย์ วันนั้นในตัวเขามีแต่รูปถ่ายรุ่นนี้กับรอยสักของลพ.กวย กับ ลพ.มุ่ย (ศิษย์พี่ ลพ.กวย) เพียงเท่านี้จริง ๆ แปลก ๒. ภาพแคล้วคลาด เป็นภาพแบบไม่ดึงปลายจีวรขึ้นมา แต่ท่านเสกตัวเสกสังฆาฏิเน้นคาถาทางแคล้วคลาดกำบัง คาถากำบังตนนี้ลงท้ายว่า โสหับ ภาพรุ่นนี้จะประสบการณ์น้อยกว่าแบบแรก คงเป้นเพราะผู้บูชาภาพแบบนี้โดยมากจะแคล้วคลาดไม่พบเจออะไร หากถูกยิงจะออกแต่ไม่ถูกเลย เคยมีคนเอาไปทนลองโดยมากลูกกระสุนออกแต่ไม่ถูกเลย แม้นยิงในระยะประชิดเขาก็ว่าไม่โดน แต่เรื่องนี้ข้าพเจ้าไม่ยืนยันด้วยไม่เคยเห็นกับตา เพีบงฟังคนก่าเขาเล่ามาอีกทอดหนึ่งเท่านั้น ภาพแบบนี้เป็นแบบแคล้วคลาดกำบังสูง ภาพหลังสิงห์นี้จะมีทั้งแบบใช้กระจกบางปิดประกบด้านหน้า หลัง ก็มี หรือจะเป็นแบบเลี่ยมพลาสติกเลยก็มี เลี่ยมพลาสติกนี้จะเป็นเลี่ยมพลาสติกสีทั้งสิ้น เช่นสีเหลือง สีส้ม เป็นต้น ภาพรุ่นนี้เป็นภาพที่ดูขลังมีพลังลึกลับดูมีอำนาจดีมาก เขาเอา ลพ.กวย ไปนั่งบนตั่งแล้วจัดผ้ามาคลุมตั่งเสีย เอาไฟจัดไปส่องด้านหลังดูคล้ายแสงรัศมีออกจากกายท่านดูเข้มขลังน่ายำเกรง ภาพนี้จะเห็นได้ว่าท่านจะเอาผ้าจีวรดึงมาคลุมให้ปิดมิดปลายเท้าของท่าน ด้วยท่านเป็นพระละเอียดท่านเคยพูดถึงเรื่องนี้ว่า เอาตีนโผล่ออกมามันไม่สุภาพ ไม่เหมาะสม นี้เป็นเกร็ดเล็กน้อยของท่านที่ถ่านทอดไว้เผื่อเป็นความรู้แก่ผู้สนใจ ผู้ศรัทธาในองค์ ลพ.กวย ได้ทราบเรื่อราวเกี่ยวกับภาพถ่ายรุ่นนี้
...
|
|
14-ส.ค.-56
|
|
|
|
|
2
|
|
|
0.00
|
|
เหรียญเสมาเล็ก 07 สร้างออกมาในปี 2507 เป็นเหรียญปั๊มทรงเสมามีหูในตัว มีห่วงร้อยไว้ไม่ได้เชื่อมติด ขนาดเล็กคือสูงราวครึ่งนิ้วและกว้างราว 1 เซนติเมตรเท่านั้นเอง ด้านหน้ามีรูปเหมือนหลวงพ่อเงินครึ่งองค์ ล้อมด้วยลายกนก ด้านบนมีช่องเขียนว่า ๒๕๐๗ ประกบด้วยหยดน้ำ 3 หยดเรียงแนวตั้งปิดหัวท้าย ด้านหลัง มียันต์ นะ นะ มิ อุ ยันต์ครูอีกตัวของวัดดอนยายหอมอยู่ตรงกลาง หน้าหลังเพิ่มเลข ๗ กับ ๕ เข้าไป นัยว่าจะระบุถึงยันต์เสาร์ห้า ดังนั้นเชื่อว่ารุ่นนี้ปลุกเสกกันในพิธีเสาร์ห้าด้วย ด้านบนมีข้อความว่า หลวงพ่อเงิน ด้านล่างมีคำว่าวัดดอนยายหอม ขอบเรียบจำนวนการสร้างไม่ปรากฏแน่ชัด แต่เชื่อว่าจำนวนคงมีถึงหลักหมื่น เพราะการสร้างพิจารณาแล้วน่าจะไม่ได้มีแค่ครั้งเดียว ส่วนเนื้อหาที่ยอมรับเป็นทางการก็มีเนื้อทองคำ ที่เล่นหากันถึงหลักแสนต้นทั้งที่ขนาดและน้ำหนักทองไม่มากนัก ส่วนเนื้อเงินมี 2 บล็อก ราคาแจ้งคราวๆ ไว้ก่อนว่าอยู่ที่ราวหมื่นนกลาง ส่วนเนื้อทองแดงรมดำ มีแยกใหญ่ๆ 3 บล็อก ราคาเล่นหามีราวพันกลางถึงพันกลางแก่ใกล้พันปลาย และเนื้อทองแดงผิวไฟ มีด้วยกันสองบล็อก ราคาเล่นหาพอกันที่ราวพันต้นแก่ๆ ซึ่งก็จะได้แยกเรื่องบล็อกให้ละเอียดต่อไป อนึ่งที่จริงยังเคยเห็นเนื้อเงินหน้าทองคำด้วย แต่ส่วนตัวผมไม่ทราบแน่ชัดว่ามีออกจากวัดไปจริงหรอไม่ แต่เซียนใหญ่เขาก็เล่นหากันว่าใช่ ราคาว่ากันราวแสนบวกลบไปแล้ว(ขอบคุณข้อมูลเว็ปดอนยายหอมดอทคอม)
...
|
|
04-พ.ย.-58
|
|
|
|
|
3
|
|
|
0.00
|
|
เหรียญรุ่นสุดท้ายเล็กกะไหล่ทองพิมพ์พิเศษเหรียญนี้นั้นบล็อคด้านหลังจะไม่เหมือนพิมพ์ปกติที่เห็นทั่วๆๆไปตรงคำว่านครปฐมตัว ฐ(ฐาน)จะไม่มีฐานและคำว่าพระราชตัวสระอะจะติดไม่ชัดรุ่นสุดท้ายพิมพ์เล็กนั้นราคาย่อมเยากว่ามาก คือเนื้อเงินและเนื้อนวะเล่นหากันราวหมื่นต้น แต่หากตอกเลขจะแพงกว่านิดๆ ส่วนเนื้อทองคำไม่ทราบจริงๆ ว่าเล่นหากันเท่าไหร่แต่น่าจะหลักแสนล่ะครับ ในส่วนของเนื้อทองแดงมีการแยกเล่นหาตามนี้ 1.นิยมสุดเม็ดตา 2 ข้าง หน้าตะเข็บ คือในดวงตาหลวงพ่อทั้งสองมีจุดเม็ดตา และแก้มด้านขวาหลวงพ่อมีตะเข็บเส้นแตก ที่นิยมเพราะบล็อกนี้เป็นบล็อกเดียวกับเนื้อเงิน เนื้อนวะ ราคาเล่นหาราวพันต้น2.บล็อกที่สองคือเม็ดตาสองข้าง แต่หน้าไม่มีรอยตะเข็บวันนี้ราคาเล่นหาพอๆ กับบล็อกแรก เพราะราคาพระยังไม่แพงมากเลยต่างกันน้อย3.บล็อกเม็ดตาข้างเดียว คือเม็ดตาปั๊มติดข้างเดียวนั่นเอง ราคาเล่นหาราวพันเศษโดยในส่วนราคานี้ประมาณเองจากที่พบเห็นในตลาด และเป็นราคาพระสวย หากพระอ่อนสวยก็ถูกลงตามแต่ตกลง และหากมีพระแชมป์สวยจัดออกมา แพงแค่ไหนก็มีคนสู้ ทุกวันนี้พระหลัก หมื่นกว่าก็ยังมีเปลี่ยนมือในเนื้อทองแดงสภาพแชมป์(ขอบคุณข้อมูลเว็ปดอนยายหอมดอทคอม)
...
|
|
01-ม.ค.-58
|
|
|
|
|
4
|
|
|
0.00
|
|
เหรียญหลวงพ่อเงินมฤคทายวัน เนื้อเงินลงยา สภาพสวยหายาก พระชุดนี้สร้างกันในปี 2513 โดยวัดดอนยายหอมจัดสร้างเองตามความประสงค์ของหลวงพ่อเงิน แต่มีการจัดพิธีใหญ่โตเพราะเดาว่าวัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานครพระอารามหลวงเป็นเจ้าภาพ เสกกันในวัดดอนยายหอม แล้วแยกพระออก 2 ชุด ชัดเจนเลยคือออกกันที่วัดดอนยายหอมด้วยแน่นอนเหรียญปางปาฏิหาริย์เป็นเหรียญกลมเล็ก คล้ายกับกลมเล็ก 04 มีขนาดเท่าเหรียญ 25 สตางค์สมัยนี้เท่านั้น เป็นเหรียญกลม หูในตัว มีห่วงพร้อมแต่ไม่เชื่อมยึดไว้ ด้านหน้ามีพระพุทธปางปาฏิหาริย์ศิลปะคันธาราฐ ด้านหลังเป็นสถูป ซ้ายและขวามีกวางมอบ ด้านหลังมียันต์ นะทรหด แต่ยันต์ตัว นะพันหลักมีความต่างไปเล็กน้อย ไม่ทราบว่าเพราะพื้นที่ไม่พอหรือจงใจเช่นนั้น อนึ่งมีแบบที่ด้านหลังเป็นเข็มกลัดว่ากันว่าแจกกรรมการอีกด้วย ต้องยอมรับว่ารุ่นนี้เป็นที่รู้จักน้อย ไม่แพร่หลายมากนัก ข้อมูลจึงไม่ชัดเจน ในส่วนจำนวนสร้างไม่ปรากฏชัด ส่วนเนื้อหาเท่าที่เคยเห็นมีเนื้อทองคำลงยาเนื้อเงินลงยาและเนื้อทองเหลืองลงยา(ขอบคุณข้อมูลเว็ปดอนยายหอมดอดคอม)
...
|
|
28-ก.พ.-58
|
|
|
|
|
5
|
|
|
3,500.00
|
|
พระเครื่องของหลวงปู่ยิ้มที่รู้จักกันดีก็คือ พระงบน้ำอ้อย ทั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก เนื้อพระเป็นดินเผาสีหม้อใหม่ เนื้อดินแบบเดียวกับของหลวงพ่อปาน แห่งวัดบางนมโค ส่วนพระเครื่องที่ท่านสร้างนอกจากพระงบน้ำอ้อย แล้วยังมีพระสมเด็จฯ พิมพ์ปรกโพธิ์ พระสมเด็จฯ พิมพ์รัศมี พระร่วงทรงยืนประทานพร พระพุทธทรงเดินลีลา พระพุทธชินราช พระพิมพ์ขุนแผน พระโคนสมอ พระกลีบบัว พระนางพญาพิมพ์ฐานบัว พิมพ์แขนอ่อน พิมพ์หยดน้ำพระหลวงพ่อโต พระพุทธทรงหนุมาน (หันซ้าย-ขวา และเศียรโต) พระปิตตา และนางกวัก ซึ่งเป็นพระเนื้อดินเผาสีหม้อสีหม้อใหม่สีน้ำตาลอิฐ, สีขาวนวล, เนื้อสีเทาอมน้ำตาล, สีเทาอมเขียว, เนื้อเขียวมอยแบบเนื้อผ่านไฟ ซึ่งเป็นพระยุคแรกๆ บางองค์จะทาทับด้วยสีบรอนซ์ทอง หรือสีบรอนซ์เงิน (ให้ดูสวยงาม ) ด้านหลังองค์พระจะมีรอยเสี้ยนไม้กระดาน เนื้อพระจะมีดินทรายละเอียดปนอยู่ มีอายุการสร้างไม่ต่ำกว่า ๕๐ปี ซึ่งพระเครื่องส่วนใหญ่จะสร้างเป็นแบบลักษณะพระกรุเก่าสมัยสุโขทัย กำแพงเพชร หรือพระกรุสมัยต่างๆ ที่มีอายุมากกว่า ๒๐๐ปี หรือว่ามีลักษณะแบบพระโบราณจารย์ เช่นงบน้ำอ้อยของหลวงพ่อเนียม วัดน้อย พระชินราช และพระพิมพ์ขุนแผนหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน พระสมเด็จพิมพ์รัศมีของหลวงปู่จีน พระสมเด็จพิมพ์รัศมีของหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือ พระสมเด็จวัดเกศไชโยของสมเด็จพระพุทธาจารย์โตฯ ที่มีอายุการสร้างประมาณไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ปี เมื่อเอ่ยถามถึงหลวงปู่ยิ้ม สมภารวัดเจ้าเจ็ด ด้วยศรัทธาที่เปี่ยมล้นในจริยาวัตรของหลวงปู่ยิ้ม แห่งวัดเจ้าเจ็ด ท่านสร้างพระพิมพ์เนื้อดินเผา ด้วยความตั้งใจที่จะสืบอายุพระศาสนา ความตั้งใจของท่านนั้นจะสร้างให้ครบพระธรรมขันธ์ คือ ๘๔,๐๐๐ องค์ การแกะแม่พิมพ์ แกะจากหินลับมีด ( ลักษณะหินลับมีดโกนของพระ ) โดยมีลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดเป็นผู้แกะให้ และให้พระ, เณร, ลูกศิษย์ใกล้ชิด และเด็กวัดฯ ช่วยกันผสม กดพิมพ์- แกะพิมพ์ และเผาตามพิธีการของท่าน ซึ่งกล่าวกันว่าท่าน ได้แรงบัลดาลใจมาจาก การสร้างพระเครื่องเนื้อดินเผา พระกรุสมัยต่างๆ และจากพระโบราณจารย์ต่างๆ และพระเครื่องของท่านบางพิมพ์สร้างล้อพิมพ์ของวัดบางนมโค, มีบางท่านเล่าว่าพระพิมพ์ทรงสัตว์ของหลวงปู่ยิ้มนั้นช่างที่แกะแม่พิมพ์ของวัดเจ้าเจ็ดได้ขอต่อวิชา จากช่างที่แกะแม่พิมพ์ของวัดบางนมโค โดยค่าครูสำหรับการต่อวิชาแกะแม่พิมพ์เป็นเงิน ๑บาทในสมัยนั้นฯ พระเครื่องเนื้อดินเผาของท่านจึงกระจายออกไปสู่ส่วนกลาง เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะพิมพ์งบน้ำอ้อย ซึ่งมีจำนวนการสร้างมากที่สุด และมีอยู่หลายแม่พิมพ์ ขนาดใกล้เคียงกัน เป็นรูปของพระนั่งหันพระเกศเข้าสู่ศูนย์กลาง ห้าองค์บ้าง หรือ สิบองค์บ้าง บางองค์ที่ผ่านการสัมผัสบูชา ถูกไออุ่น หรือไอเหงื่อก็จะมีสีเข้มขึ้น อายุการสร้างก็ประมาณมากกว่า๕๐ กว่าปีล่วงมาแล้ว คาดว่าอายุไม่หย่อนกว่าพระเครื่องหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และ เป็นพระเครื่องที่มีวัตถุประสงค์การสร้างที่บริสุทธิ์ และพระเถระผู้สร้างก็บริสุทธิ์ ท่านก็แก่กล้าในวิชาอาคม ทั้งยังมีประสบการณ์เป็นที่เล่าขานกันมาตลอดห้าสิบกว่าปี แนวคิดของหลวงปู่ยิ้มก็คือ ท่านจะสร้างพระเครื่องแบบมากมาย และก็แจกแบบให้ฟรีๆ ท่านแจกให้กับคนทุกเพศ ทุกวัย และยังมีชาวบ้านในสมัยที่โตทันหลวงปู่ยิ้มเล่าให้ฟังว่า ใครที่ถวายขนมครกแก่ท่าน ๓ ฝา คนผู้นั้นก็จะได้รับพระจากท่าน ๑ องค์ ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นกุศโลบายของท่านฯ ท่านต้องการให้มีรูปของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กระจายไปทั่วดินแดน สุวรรณภูมิ เพราะความเชื่อที่กล่าวกันว่าเมื่อครบปี พ.ศ. ๕๐๐๐ พระศาสนาจะสูญสิ้นไป ผู้ที่สร้างพระเครื่องถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อให้เป็นหลักฐานให้คนในยุคปัจจุบัน และอนาคตได้เห็นรูปของพระพุทธองค์ และเกิดการสืบสาวพระศาสนา จนพระศาสนาจะกลับคืนมาอีกครั้งในยุคของพระศรีอาริยะเมตไตร ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก เวปไซต์เจ็ดวัดดอทคอม
...
|
|
03-พ.ค.-59
|
|
|
|
|
6
|
|
|
0.00
|
|
หลวงปู่ศุข เนื้อสำฤทธิ์หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า วัสดุที่สร้างมีเกือบทุกชนิดส่วนใหญ่จะเป็น สัมฤทธิ์ ทองแดง ทองเหลือง ตะกั่วเนื้อชิน และผงที่เป็นเงินและทองคำก็มี
...
|
|
15-ต.ค.-56
|
|
|
|
|
7
|
|
|
0.00
|
|
พระยอดธงมีกริ่งหลวงพ่อเล็กวัดหนองดินแดงอ.เมืองจ.นครปฐมพระสวย เดิมๆ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรู้จักหรือตัดชนวนออกแล้วเล่นเป็นวัดอื ่น แต่ชาวนครปฐมรู้กันดี ว่าพระของท่านเหนียวแค่ไหน
...
|
|
06-ต.ค.-55
|
|
|
|
|
8
|
|
|
0.00
|
|
เหรียญเจ้าสัว2 (เนื้อทองแดง) ปี2535 ผิวไฟแดงๆ(เดิมๆ)เนื้อหามวลสารเข้มข้น(แก่ชนวนเก่า)+โค๊ตตอกลึกเต็มใบ แท้ดูง่ายครับ เลี ่ยมทองสวยๆพร้อมใช้ครับ--การจัดสร้า งเหรียญเจ้า สัว2 ในปี 2535 วัตถุประสงค์ เพื่อสมทบ ทุนพิพิธภัณฑ ์พระพุทธว ิถีนายก พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล เป็นประธานฝ่ายฆราวาส เหรียญเจ้าสัวตำรับหลวงปู่บุญ นำมาปฏิบัติการตามขั้นตอนต่างๆ อย่างครบถ้วน โดยมีท่านพระครูสิริชัยคณารักษ์(สนั่น)เจ้าคณะอ.นครชัยศรี และเจ้าอาวาสวัดกลางฯ เป็นผู้ดำเนินการ อาจารย์เจือศิษย์หลวงปู่เพิ่ม เป็นผู้จารอักขระแผ่นยันต์ ต่างๆมากมาย จำนวนการจัดสร้าง เนื้อทองคำ 700 เหรียญ เงิน 6685 นวโลหะ 7230 ทองแดง 9000 ตอกโค๊ด้านหลังเหรียญทุกเนื้อทุกเหรียญ เกือบ20ปี เหรียญเจ้าสัว2 มูลค่าเพิ่มขึ้น ตามวันเวลา เก็บได้ต้องรีบเก็บนะครับ ของสวยหายากครับ
...
|
|
09-ต.ค.-55
|
|
|
|
|
9
|
|
|
0.00
|
|
รายละเอียด เหรียญจตุรพิธพรชัยหลวงพ่อกวย สวย สวย เหรียญจตุรพิธพรชัย เนื้อเงิน และทองแดงรมดำ หลวงพ่อกวย ออกวัด เขาใหญ่ ประวัติการสร้างวัตถุมงคลชุดนี้น่าสนใจมากเพียงแต่คนจะทราบรายละเอียดค่อนข้างน้อยทำให้หลายคนมองข้ามของดีในพิธีนี้ไปอย่างน่าเสียดายครับ ประวัติมีอยู่ว่าเนื่องจากนายเรียน นุ่มดี ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศิษย์ผู้ใกล้ชิดหลวงปู่ดู่ วัดสะแก) ในสมัยนั้นท่านกำลังใกล้จะเกษียณอายุราชการและจะกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านเกิดที่อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี แต่เนื่องด้วยวัดเขาใหญ่ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่และเป็นวัดใกล้บ้านเกิดนั้นมีสภาพทรุดโทรม เสนาสนะก็ไม่ได้รับการบูรณะมานานมาก ดังนั้นนายเรียนจึงมีความตั้งใจที่จะหารายได้จำนวนหนึ่งไปปฏิสังขรณ์วัดเขาใหญ่ให้สวยงาม พร้อมทั้งสร้างวิหารจตุรพิธพรชัยขึ้นใหม่ จึงได้นำความมาปรึกษากับหลวงปู่ดู่ท่านว่าจะทำอย่างไรดี หลวงปู่ดู่ท่านจึงได้เมตตาแนะนำและให้คำปรึกษาในการจัดสร้างวัตถุมงคลตลอดจนการนิมนต์ครูบาอาจารย์มาร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลในพิธีนี้อย่างละเอียด โดยพิธีพุทธาภิเษกถูกหนดขึ้นที่วัดรัตนชัย (วัดจีน) อ.เมือง จ.อยุธยา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ส่วนพระเกจิอาจารย์ที่รับนิมนต์มาร่วมพิธีมีทั้งหมด 16 รูปคือ 1. พระครูสังวรวิมล (หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี อ.บางกอกใหญ่ จ.กรุงเทพฯ 2. พระครูประสาทวิทยาคม (หลวงพ่อนอ) วัดกลาง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา 3. พระรักขิตวันมุนี (หลวงพ่อถิร) วัดป่าเรไรย์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 4. พระโบราณคณิสสร (หลวงพ่อใหญ่) วัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา 5. พระครูประสาทวรคุณ (หลวงพ่อพริ้ง) วัดโบสถ์โก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี 6. พระครูสันทัดธรรมคุณ (หลวงพ่อออด) วัดบ้านช้าง อ.วังน้อย จ.อยุธยา 7. พระครูกัลยานุกูล (หลวงพ่อเส่ง) วัดกัลยาณมิตร อ.ธนบุรี จ.กรุงเทพฯ 8. หลวงพ่อกวย วัดโฆษิตาราม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท 9. พระครูอดุลวรวิทย์ (หลวงพ่อไวทย์) วัดบางซ้าย อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา 10. หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา 11. พระราชสุวรรณโสภณ วัดพนัญเชิง อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา 12. พระครูศรีพรหมโสภิต (หลวงพ่อแพ) วัดพิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี 13. พระครูสังฆรักษ์ (หลวงพ่อเฉลิม) วัดพระญาติการาม อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา 14. พระครูภัทรกิจโกศล (หลวงพ่อหวล) วัดพุทไธสวรรค์ อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา 15. หลวงพ่อโปร่ง วัดขุนทิพย์ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา 16. หลวงพ่อสมบูรณ์ วัดเขาถ้ำบุญนาค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ (ศิษย์ก้นกุฎิของหลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค มาในนามของท่าน) ส่วนวัตถุมงคลที่ปลุกเสกในพิธีนี้มีอยู่ 4 ประเภท (ไม่นับรวมของฝากในพิธีนี้) คือ 1. เหรียญ 9 พระอาจารย์ - จัดสร้าง 5,599 เหรียญ แบ่งออกเป็นอีกสองเนื้อคือ เนื้อเงิน (มีเพียงบางพระอาจารย์เท่านั้น) และเนื้อทองแดง มีทั้งแบบที่บรรจุในกล่องกำมะหยี่และที่ออกให้บูชาแบบเดี่ยว ๆ ที่นิยมเรียกว่า "เหรียญ 9 พระอาจารย์" นั้นเพราะว่าทางคณะกรรมการจัดทำเป็นเหรียญรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์ที่ด้านหน้า และประทับยันต์ครูของท่านที่ด้านหลัง รวม 9 แบบ คือ หลวงพ่อนอ วัดกลาง หลวงพ่อถิร วัดป่าเรไรย์ หลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนู หลวงพ่อออด วัดบ้านช้าง หลวงพ่อไวทย์ วัดบางซ้าย หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง หลวงพ่อกวย วัดโฆษิตาราม โดยเมื่อปั๊มเหรียญเสร็จจากโรงงาน คณะกรรมการได้นำเหรียญของแต่ละพระอาจารย์ไปมอบให้ที่วัดเพื่อให้ท่านปลุกเสกเหรียญของท่านล่วงหน้า 1 เดือนก่อนพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ 2. พระสมเด็จ 9 ชั้น - จัดสร้างเป็นเนื้อผงแก่น้ำมัน จำนวนการสร้างไม่ได้ระบุ ตามประวัติกล่าวว่าพระชุดนี้หลวงปู่ดู่ท่านตั้งใจออกแบบพิมพ์และมวลสาร เพื่อถวายให้หลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาคเป็นกรณีพิเศษ โดยด้านหน้าจะล้อพิมพ์พระสมเด็จวัดไชโย ด้านหลังเป็นยันต์ครูของหลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค และมีคำว่า "วัดเขาถ้ำบุญนาค อ.ตาคลี" ประทับอยู่ใต้ยันต์ครู โดยหลวงปู่ดู่ท่านได้มอบผงมหาจักรพรรดิ์จำนวนหนึ่งไปผสมเป็นมวลสาร จากนั้นนายเรียนจึงนำเรื่องนี้ได้กราบเรียนหลวงปู่สีทราบ ซึ่งท่านก็อนุโมทนาและอนุญาตตามนั้นและได้มอบผงวิเศษของท่านมาอีกจำนวนหนึ่ง สุดท้ายหลังจากได้มวลสารและกดพิมพ์เป็นองค์พระเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลวงปู่ดู่ท่านได้บอกให้นายเรียนนำพระสมเด็จชุดนี้กลับไปให้หลวงปุ่สีท่านปลุกเสกเป็นปฐม ซึ่งหลวงปู่ท่านก็เมตตาปลุกเสกให้เป็นกรณีพิเศษ 1 เดือน (เป็นพระอีกชุดหนึ่งของสายนี้ที่ปลุกเสกนานมาก) เสร็จแล้วจึงให้นายเรียนมารับกลับไปเพื่อรอเข้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ 3. พระแก้ว 3 ฤดู - จัดสร้างเป็นเนื้อผงและมีการลงสีเขียวที่พระวรกาย ปิดทองที่เครื่องทรง เฉกเช่นเดียวกับพระแก้วมรกตที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม จ.กรุงเทพฯ จำนวนการสร้างไม่ได้ระบุไว้ มีทั้งแบบบรรจุกล่อง (ครบ 3 ฤดู) และที่ออกให้บูชาแบบเดี่ยว ๆ ด้านหน้าเป็นรูปพระแก้วมรกตทรงเครื่องตามฤดู (ร้อน / ฝน / หนาว) ด้านหลังประทับยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ (นะโมพุทธายะ) และมีคำว่า "วัดรัตนชัย (จีน) อยุธยา" 4. พระสามสมัย - จัดสร้างเป็นเนื้อผงโดยแบ่งออกเป็น 3 พิมพ์ คือ เชียงแสน สุโขทัย อู่ท่อง ขนาดจะเล็กประมาณพระของขวัญ วัดปากน้ำ จำนวนการสร้างไม่ได้ระบุไว้ ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธรูปและที่ใต้พระพุทธรูปจะมีคำอธิบายศิลปะของพระพุทธรูปไว้ด้วย คือ เชียงแสน หรือ สุโขทัย หรือ อู่ทอง ด้านหลังประทับยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ (นะโมพุทธายะ) และมีคำว่า "วัดเขาใหญ่ สุพรรณบุรี" เกล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เล่าขานมาสืบมาเกี่ยวกับพิธีจตุรพิธพรชัย ว่ากันเป็นประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนี้ • ครูบาอาจารย์หลายรูปรวมถึงหลวงพ่อกวยกล่าวกับศิษย์ของท่านว่า "พิธีนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก" • พิธีนี้หลวงปู่ดู่ท่านให้นายเรียนนิมนต์หลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาคมาร่วมพิธีพุทธาภิเษก แต่ขณะนั้นท่านอายุ 126 ปีเข้าไปแล้ว ท่านจึงมอบหมายให้พระอาจารย์สมบูรณ์ ศิษย์ก้นกุฎิและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในขณะนั้นไปร่วมพิธีในนามของท่าน แต่จะว่าไปแล้วเรื่องที่คนคิดไม่ถึงก็คือ หลวงปู่สีท่านก็ได้เดินญาณมาร่วมพิธีพุทธาภิเษกเช่นเดียวกัน เพราะท่านถือว่าท่านได้รับรับนิมนต์หลวงปู่ดู่ไว้แล้ว • พิธีนี้ว่ากันว่า นอกจากหลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค เดินญาณมาร่วมพิธีพุทธาภิเษกแล้ว ยังมีอีกรูปหนึ่งที่เดินญาณมาร่วมพิธีเหมือนกัน ซึ่งก็คือ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก เพราะท่านรับปากนายเรียนว่าจะช่วยปลุกเสกอย่างเต็มที่ • ลูกศิษย์ท่านหนึ่งของหลวงพ่อกวยเคยถามว่า "หลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค เป็นใคร ทำไมถึงมีเหรียญของท่านในชุดเหรียญ" หลวงพ่อกวยท่านตอบว่า "ท่านเป็นพระอรหันต์.." • หลังจากพุทธาภิเษกเสร็จ มีนักเลงพื้นที่พูดคุยกันว่า "จะขลังแค่ไหน.." ปรากฎว่าคำพูดนี้ได้ยินไปถึงนายเรียน ทำให้นายเรียนนำความนี้เข้าปรึกษาครูบาอาจารย์ในพระอุโบสถว่า "จะทำอย่างไรดี.." เพราะเป็นที่ทราบกันว่าสมัยนั้นการลองของประเภทจะ ๆ นิยมกันมาก เช่น เอาปืนยิง เพราะต้องการทดสอบพุทธคุณในวัตถุมงคลนั้น ๆ ว่าดีจริงเพียงใด ถ้าสมมติว่า "ยิงออกหรือเหรียญโดนยิงทะลุ" ทุกอย่างที่ทำมาเป็นอันจบกัน ซึ่งในเวลานั้นครูบาอาจารย์ที่พรรษาน้อยไม่กล้าออกความเห็นจึงสงบนิ่งเพื่อให้ท่านที่พรรษาสูงกว่าปรึกษาและตัดสินใจกัน ระหว่างนั้นหลวงพ่อกวย ท่านได้ขออนุญาตครูบาอาจารย์ทุกรูปว่า "กระผมอาสา.." หลังจากนั้นท่านจึงนำเหรียญรูปเหมือนของท่านติดตัวไปด้วยหนึ่งเหรียญออกไปนอกพระอุโบสถ แล้วพูดขึ้นว่า "ใครจะเอาไปลองบ้าง" ปรากฎว่านักเลงคนหนึ่งขออาสาเป็นผู้ทดสอบ และได้นำเหรียญดังกล่าวไปยิงที่หลังพระอุโบสถ ปรากฎว่า "แชะ ๆ ๆ.." และได้นำเหรียญมาคืนหลวงพ่อกวยท่านพร้อมขอขมาท่าน พอชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวก็ประจักษ์ในพุทธคุณและเริ่มบอกปากต่อปากไปในวงกว้าง ส่วนหลวงพ่อกวยท่านจึงกลับเข้าไปในพระอุโบสถพร้อมกับกล่าวว่า "เรียบร้อย.." • ก่อนพระเกจิอาจารย์ทั้งหมดจะเดินทางกลับวัด ทางคณะกรรมการได้มอบวัตถุมงคลในพิธีนี้จำนวนหนึ่งให้แก่พระเกจิอาจารย์ทุกรูป เพื่อให้ท่านนำกลับไปแจกลูกศิษย์ลูกหาที่วัด ทำให้วัตถุมงคลในพิธีนี้กระจายในหลายพื้นที่ มหาพิธีพุทธาภิเษก วัตถุมงคลจตุรพิธพรชัย ที่วัดรัตนชัย เมื่อปี พ.ศ. 2518 นั้น หลวงพ่อกวยท่านพบอภินิหารของพระคณาจารย์ผู้ร่วมพิธีปลุกเสกหลายรูปด้วยกัน เมื่อท่านเดินทางกลับมาถึงวัดโฆสิตาราม ได้เล่าให้คณะศิษย์ฟังว่า พระวัดกลาง อ.ท่าเรือฯ (หมายถึงหลวงพ่อนอ) มีคุณวิเศษในทาง มหาอุดเป็นเลิศ พระวัดบ้านช้าง อ.วังน้อยฯ (หมายถึงหลวงพ่อออด) มีความเข้มขลังทางคงกระพันชาตรี เวลาปลุกเสก ตัวเฑาะว์จะหลุดลอยออกมาจากในปาก พระวัดโบสถ์ ลพบุรี (หมายถึงหลวงพ่อพริ้ง) มีดีทางแคล้วคลาด กำบังภัยอย่างยอดเยี่ยม ข้อมูลขอขอบคุณร้านพระเครื่องชัยนาท(คุณศักดิ์สิทธิ์ ลิ่วนภโรจน์)
...
|
|
22-เม.ย.-58
|
|
|
|
|
10
|
|
|
0.00
|
|
ประวัติและเกียรติคุณ หลวงพ่อเงิน จันทสุวัณโณ วัดดอนยายหอม เทพเจ้าแห่งดอนยายหอมจ.นครปฐม ยอดพระเกจิอาจารย์ของเมืองไทย ท่านเป็นพระนักพัฒนาและเป็นที่พึ่งของชาวบ้านดอนยายหอม ท่านเป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติปฏิปทางดงามน่าเคารพเลื่อมใสสักการะบูชาเป็นอย่างยิ่ง ทางด้านวัตถุมงคลพระเครื่องหรือวัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกพุทธคุณสูงทางด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด และเปี่ยมไปด้วยเมตตามหานิยมเป็นอย่างยิ่ง วัตถุมงคลของท่านนั้นเป็นที่ยอมรับว่าพุทธคุณนั้นเชื่อถือได้ 100% เนื่องด้วยประสบการณ์ที่ผู้ใช้บูชาประสบพบเจอมาและหลายครั้งหลายเหตุการณ์บนหนังสือพิมพ์หรือเล่ากันปากต่อปาก ในสมัยก่อนงานพุทธาภิเศกพระเครื่องเกือบทุกครั้งจะต้องมีรายชื่อหลวงพ่อท่านร่วมพุทธาภิเศกด้วย พระเครื่องและวัตถุมงคลของหลวงพ่อ จึงถือเป็นยอดของดีที่สมควรมีไว้สักการะบูชาเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับพระพิมพ์สมาธิกลีบบัว(เข่าโต) ขนาดฐาน 2.0 x สูง 3.0 cm หลวงพ่อเงิน จันทสุวัณโณ สร้างประมาณปี พ.ศ.2517 ส่วนวัตถุมงคลรุ่นแรกนี้ได้สร้างปีพ.ศ.2480ขึ้นหลายพิมพ์ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นพระพิมพ์สิบทัศน์ และพระพิมพ์สมาธิกลีบบัวซึ่งมีอยู่หลายพิมพ์ด้วยกัน พุทธคุณสูงส่งทางด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด น่าใช้บูชามากครับ
...
|
|
02-ก.ค.-57
|
|
|
|
|
11
|
|
|
0.00
|
|
เหรียญซาลาเปานี้ว่ากันว่า เกิดขึ้นจากการที่ในปี 2515 หลวงพ่อแช่มได้ออกเหรียญรุ่นแรกมา 2 บล็อกซึ่งก็หมดจากวัดอย่างรวดเร็ว แล้วพอในช่วงต้นปี 2516 ก็มีการสร้างเหรียญปั๊มออกมาอีกหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีความนิยมและหมดลงอย่างรวดเร็ว โดยส่วนหนึ่งก็มาจากจำนวนสร้างแต่ละรุ่นนั้นไม่มากนัก พอดีมีจังหวะว่าลูกศิษย์ท่านหนึ่งอยากได้พระหลวงพ่อ พอเห็นว่าพระมีไม่เยอะก็อยากสร้างถวายบ้าง เพราะเห็นบางครั้งตนเองก็มาไม่ทันเช่าจากวัดไปหลายรุ่น
ความที่ไม่รู้จักใครก็มีผู้แนะนำให้รู้จักกับช่างชาวบ้านดอนยายหอม ซึ่งพอมีฝีมืออยู่บ้างก็เลยจ้างให้แกะบล็อก ช่างคนนั้นชื่อตาโอ๋ แต่ความที่ตาโอ๋เองไม่ได้มีความชำนาญในการแกะบล็อกนัก เลยแกะแบบตามมีตามเกิด ทำให้พระนั้นไม่ค่อยจะเหมือนหลวงพ่อมากนัก อีกทั้งมีความตื้นเขินแบบศิลปะนูนต่ำ และหน้าตาดูประหลาดพอสมควร บางคนจึงเรียกเหรียญนี้ตอนทำเสร็จว่าเหรียญหน้าโบราณ เพราะมองเผินๆ เหมือนเหรียญปั๊มรูปเหมือนเกจิทั่วไปที่สร้างในยุคปี 2450-2470 ที่จะตื้นเขินและใบหน้ามักจะเพี้ยน แต่กระนั้นความที่สร้างในฤกษ์เสาร์ 5 และมีการระบุฤกษ์เสาร์ 5 ในเหรียญ ทำให้ถูกเรียกว่าเหรียญไข่เสาร์ 5 อีกชื่อเช่นกัน
โดยเมื่อสร้างเสร็จแล้วได้มีการนำไปถวายหลวงพ่อแช่ม ที่วัดดอนยายหอมเพื่อให้ท่านปลุกเสก พอท่านได้เห็นพระก็อุทานว่าเหรียญนี้หน้าไม่เหมือนท่านเลย มันเหมือนซาลาเปาเสียมากกว่า และเพราะถ้อยคำนี้เองที่ทำให้ชื่อที่หลวงพ่ออุทานกลายเป็นชื่อของเหรียญรุ่นนี้ในเวลาต่อมา และทุกคนก็รู้จักกันในนาม เหรียญหน้าซาลาเปา หรือเหรียญซาลาเปา นั่นเอง
จำนวนการสร้างนั้นตามหนังสือชีวประวัติและภาพพระเครื่อง หลวงพ่อแช่ม ฐานุสฺสโก เล่มสีม่วงนั้นได้ระบุว่าเหรียญซาลาเปามีสร้างด้วยเนื้อกาหลั่ยทอง และทองแดงรมดำรวม 10,000 เหรียญ แต่เนื่องจากความผิดพลาดหลายส่วนในเรื่องข้อมูลของหนังสือเล่มดังกล่าว บวกกับจำนวนการค้นพบในตลาดนั้นจัดว่าเป็นรุ่นที่หายากมาก ทำให้ส่วนตัวผมเองกลับคิดว่าเหรียญรุ่นนี้ไม่ได้สร้างเนื้อทองแดงรมดำออกมาเยอะขนาดนั้น เลยคิดเอาเองว่าน่าจะมีราว 5,000 เหรียญเท่านั้น อีกทั้งในหนังสือไม่ได้ระบุถึงเนื้อเงินและเนื้อนวะโลหะว่ามีการสร้าง ทั้งที่จริงก็มีออกมาด้วย คนที่ยืนยันได้ดีว่าเนื้อนวะมีสร้างแน่คือหลวงพ่ออวยพร วัดดอนยายหอมกับพี่พ๊อต งามวงวานซึ่งเคยทำบุญกับหลวงพ่อพร 60,000 บาท เมื่อ 4-5 ปีก่อน แล้วหลวงพ่อพรได้มอบเหรียญซาลาเปาเนื้อนวะ 6 เหรียญให้เป็นที่ระลึก ในส่วนของจำนวนสร้างเนื้อนวะและเนื้อเงินนั้น บางคนก็ว่านวะสร้างมา 1,000 องค์ เนื้อเงิน 500 องค์ แต่บางคนก็ว่าเนื้อนวะสร้าง 500 องค์และเนื้อเงิน 200 องค์ แต่ขอสรุปแบบไม่เข้าข้างตัวเองว่าเนื้อนวะสร้างไม่เกิน 1,000 องค์ และเนื้อเงินสร้างไม่เกิน 500 องค์ดีกว่าครับ แต่ก็ขอเพิ่มเติมว่าทั้งสองเนื้อนั้นหายากมากชนิดที่ถ้าสร้างกันเยอะแบบที่เอาขั้นสูงแล้วน่าจะเจอง่ายกว่านี้ครับ ส่วนเนื้อทองคำนั้นไม่ได้สร้างออกมา อนึ่งมีพระเนื้อทองแดงผิวไฟสร้างออกมาอีกส่วนหนึ่ง เข้าใจว่าน่าจะรมไม่ทันแต่ก็พบเห็นน้อยมากเกล็ดเล็กๆ นิดนะครับ รุ่นนี้เขาปั๊มเนื้อทองแดงก่อน แล้วมาทำเนื้อนวะโลหะ ต่อจากนั้นจึงเป็นเนื้อเงิน ดังนั้นเนื้อเงินจึงมีความคมชัดด้อยกว่าเนื้ออื่นๆ โดยเฉพาะจมูกหลวงพ่อ ที่สำคัญบล็อกนั้นก็แกะมาจมูกแบนๆ อยู่แล้วแม้แต่ทองแดงปั๊มแรกๆ ก็ยังโด่งไม่เท่าไหร่ ยิ่งพวกเนื้อเงินนี่จมูกแบนมาในพิมพ์เลยครับ ก็ขอให้จำธรรมชาติเรื่องนี้ไว้ด้วย ถ้าเนื้อเงินจมูกกลมและโด่งให้ระวังตัวในทุกเรื่อง(ขอบคุณข้อมูลเว็ปดอนยายหอมดอทคอม)
...
|
|
26-ก.ย.-55
|
|
|
|
|
12
|
|
|
0.00
|
|
เหรียญรุ่นนี้ สร้างในปี พ.ศ.๒๕๑๓ โดยสร้างจำลองพระประธานในอุโบสถวัดลาดปลาเค้า เพราะพระประธานในอุโบสถมีอายุเก่าแก่เป็นร้อยปี ลพ.เงิน เป็นผู้อุปถัมป์วัดนี้ ทางวัดลาดปลาเค้าจึงได้จัดสร้างเหรียญพระพุทธนพเกล้า เพื่อแจกให้แก่ญาติโยมที่มาร่วมบุญทอดกฐินในปีนั้น
...
|
|
01-เม.ย.-58
|
|
|
|
|
13
|
|
|
0.00
|
|
รูปหล่อรุ่นแรกเป็นเพียงรูปหล่อโบราณรุ่นเดียวของหลวงพ่อเงินท่านที่ออกจากวัดดอนยายหอม และทันหลวงพ่อเงินท่านสร้างไว้ จัดสร้างในปี 2500 เพื่อหาเงินมาสร้างโรงพยาบาล จึงเป็นที่มาของชื่อรุ่นต่างๆ เช่น รูปหล่อนรุ่นแรก รูปหล่อรุ่น 2500 และรูปหล่อรุ่นสร้างโรงพยาบาล ส่วนโรงพยาบาลนั้นบางว่าสร้างอาคารพระสงฆ์ที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม แต่บางก็ว่าเป็นอนามัยดอนยายหอม พี่ท่านใดมีข้อมูลยืนยันรบกวนบอกด้วยครับ ถือเป็นของดีน่าใช้ราคาไม่แพง เพราะจุดประสงค์การสร้างดีเพื่อรักษาชีวิตคน แล้วพุทธคุณท่านจะเด่นด้านไหนลองคิดดูเอาเองครับ พุทธลักษณะเป็นพระหล่อโบราณแบบหล่อช่อ รูปเหมือนหลวงพ่อลอยองค์ นั่งขัดสมาธิราบบนฐานเขียง มองเผินๆ ใกล้เคียงหลวงพ่อมากทีเดียว ใบหน้าแม้จะมีมิติแต่ไม่ลึกชัดนัก ครองจีวรเรียบร้อยเป็นริ้วมีความคมชัดพอประมาณ ที่ก้นองค์พระมักจะมีรอยตะไบหยาบแต่งก้นให้เรียบร้อย และมีการตอกชื่อคำว่าหลวงพ่อเงินที่ฐานด้านหน้า เว้นแต่องค์ที่มีเดือยและก้านช่อเดิมๆ จะไม่มีการตะไบแต่งก้นและตอกชื่อ โดยตอนออกจากวัดให้เช่ากันองค์ละ 25 บาทเท่านั้น เนื้อหานั้นตอนสร้างครั้งแรกมีแต่เนื้อทองผสมไม่รมดำ แต่เนื่องจากไม่ได้รับความนิยมเพราะพระส่วนใหญ่จะหล่อมาไม่เรียบตรึงโดยเฉพาะใบหน้าหลวงพ่อ ทำให้ทางวัดนำพระที่เหลือไปรมดำเพื่อปิดความไม่งาม พระก็ดูสวยขึ้นทันตา จึงได้รับความนิยมมากขึ้นจนจำหน่ายหมดจากวัดในที่สุด ทำให้เนื้อไม่รมดำหายากและมักจะมีความสวยงามมากกว่าเพราเป็นพระที่มีผู้เลือกซื้อไปก่อนนั่นเอง ราคาเล่นหาแพงกว่าแบบรมดำนิดหน่อยแต่คนส่วนใหญ่อาจจะไม่เคยเห็นทำให้ไม่กล้าซื้อ เพราะความหายาก แต่ในทางประกวดให้ศักดิ์ศรีรมดำมากกว่า เพราะถือว่าได้รับความนิยมมาแต่เดิม ตัวตอกนั้นก็สร้างขึ้นหลังจากมีการเปิดจำหน่ายพระไปบางองค์แล้วเพราะเกรงกันว่าเมื่อเวลาผ่านไปจะไม่ทราบว่าเป้ฯของหลวงพ่ออะไร ทำให้มีพระกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ตอกชื่อทั้งที่ตะไบแต่งและรมดำเรียบร้อย แต่ให้ระวังหน่อยซื้อพระกลุ่มนี้ต้องแข็งจริง ไม่งั้นอาจโดนหมัดน็อกได้ครับ บล็อกนั้นก็เป็นรุ่นหนึ่งที่น่าปวดหัว บล็อกหยิบย่อยทีเดียว แบ่งคราวๆ ได้ 2 กลุ่มคือ หน้าเล็กและหน้าใหญ่ นั่นคือใบหน้าของหลวงพ่อจะใหญ่อวบอ้วนและเล็กซูบผม ซึ่งบอกหน้าใหญ่นั้นหาง่ายกว่าแต่ก็มีความนิยมมากกว่า นอกจากนี้ยังมีการแบ่งย่อยที่ตัวตอกชื่อหลวงพ่อที่มี 2 ชุดคือ ตัวตอกใหญ่และเล็ก โดยตอกเล็กจะนิยมกว่าเพราะนอกจากสวยงามกว่าแล้วยังทำปลอมได้ยากด้วย อีกทั้งยังมีการแบ่งใหม่ในยุคหลังว่าต้องเป็นหน้าแตกนิยมสุด หรือปากแตกนิยมรองลงมา คือมีรอยแตกของบล็อกที่ใบหน้าหลวงพ่อ เดี๋ยวนี้ร้ายหนักมีการแบ่งอิสั้นอิยาวให้คนปวดหัว คนเก็บบางคนก็ไปบ้าจี้ตามจะเอาแบบนั้นแบบนี้ ลองถามใจตัวเองดูที่ว่านิยมนั้นใครนิยม คนขายหรือตัวคุณเอง เพราะหากเป็นคนดอนยายหอมกับสายตรงที่เขาเก็บจริงเขาแยกแค่หน้าใหญ่หน้าเล็กเท่านั้น แต่ที่เซียนยุคหลังๆ มาพยายามแยกเพื่อให้พระในมือมีความสำคัญมากขึ้นแค่นั้นเอง(ขอบคุณข้อมูลเว็ปดอนยายหอมดอทคอม)
...
|
|
06-พ.ย.-56
|
|
|
|
|
14
|
|
|
0.00
|
|
เนื้อหาของกลมเล็ก 05 ตรงปี เท่าที่ผมเคยเห็นตามประสบการณ์ มีเนื้อทองคำ หายากมาก ราคาเล่นหาคงเกินแสนเช่นกัน ส่วนเนื้อเงินก็ไม่เคยเห็นแต่น่าจะมี ราคาคงเฉียดแสนหรือเกินกว่าแล้วถ้ามีใครยอมปล่อย เนื้อทองแดงผิวไฟ นิยมราคาพันกลางๆแก่ๆ บล็อกคิ้วแตกก็ราคาแทบไม่แตกต่างกันครับ ให้ระวังเรื่องบล็อกมูลนิธิอีกที พวกเซียนมักจะตีขายราคาเต็มแต่พอรับซื้อถูกกว่ากันเกินครึ่ง เพราะถ้าเขารับซื้อราคาเท่าๆ กันกับที่ขายไป ผมก็จะไม่กล่าวถึง แต่เห็นว่าไม่ยุติธรรมเลยต้องบอกครับ และพวกเนื้อพิสดารเองก็ไม่เคยเห็นสำหรับรุ่นนี้ ว่ากันตามจำนวนสร้างบางทีกลมเล็ก 05 อาจจะน้อยกว่ากลมเล็ก 04
...
|
|
26-เม.ย.-59
|
|
|
|
|
15
|
|
|
0.00
|
|
เหรียญหน้าวัวเล็กเนื้อหน้ากากทองคำวัดดอนยายหอมหน้าวัวเล็กรุ่นแรกนั้น วัดดอนยายหอมดำริจัดสร้างขึ้นเพื่อไว้แจกให้เป็นวัตถุมงคลสำหรับเด็กเล็กๆ ใส่ อันที่จริงก็อยากจะทำเป็นทรงเสมาแต่แกะพิมพ์มาเป็นทรงเม็ดบัวคอเว้า มีรูปหลวงพ่อเงินหันข้างอยู่กลางเหรียญด้านข้างมีซุ้มยอดขาวประกบด้านบนเป็นลายไทยเรียบ ด้านล่างมีเลข ๑ เพื่อระบุรุ่น ด้านหลังมีชุดยันต์นะทรหดเหมือนพระหลวงพ่อเงินรุ่นก่อนๆ ด้านบนมีคำว่าหลวงพ่อเงินอยู่บล็อกนิยมสุดนั้นเขาเรียกกันว่าหนังสือจีน คือบล็อกที่มีเส้นแตกรัศมีหยุบหยับนั่นล่ะครับ ที่เรียกว่าหนังสือเงิน เพราะคำว่าหลวงพ่อเงิน ด้านหลัง ตรงคำว่าเงินเส้นแตกเยอะลากยาว คล้ายการเขียนตัวหนังสือจีน จึงเรียกชื่อนั้นไป โดยให้สังเกตด้วยว่าบล็อกนี้เนื้อ ง งูตรงคำว่าหลวงจะมีเส้นแตกเฉียงไปด้านหน้าขอบเหรียญด้วยเช่นกัน ขอให้ทราบว่านี่นิยมสุดครับ เหรียญหน้าวัว มีการจัดสร้างไว้หลายวาระแต่ละวาระก็หลายเนื้อ เช่น เนื้อทองคำ หน้ากากทองคำ(หลังแบบ) หน้าทองคำหลังเงิน(หน้าทองนั้นตอนปั๊มเอาเงินกับทองวางพร้อมกันแล้วปั๊มเหรียญเลย) หน้ากากทองคำหลังเงินหรือหลังทองแดง(ปั๊มเหรียญเงินหรือทองแดงก่อนแล้วทำหน้ากากทองมาครอบทีหลัง)เนื้อเงินเนื้อทองแดง เนื้อทองแดงกะไหล่ทองและเนื้อทองแดงกะไหล่เงิน ในภาพนี้เป็นเหรียญหน้าวัว บล็อกนิยม ออกที่วัดดอนยายหอมสร้างประมาณ ราวปี 2507เหรียญมีขนาด 2 x 1.5 ซม. เนื้อทองคำหลังเงินแท้ดูง่าย สภาพสวยมาก ผิวไฟยังมีให้เห็น
...
|
|
11-ก.พ.-56
|
|
|
|
|
16
|
|
|
0.00
|
|
หลวงพ่อเต๋ คงทอง>>>>>> พระพิมพ์ขุนแผน อินโดจีนรุ่นแรกหลวงพ่อเต๋ สร้างปี พ.ศ.2484 มีสองพิมพ์คือ พิมพ์ซุ้มเรือนแก้วมีกุมารทอง และพิมพ์ซุ้มเรือนแก้วไม่มีกุมารทอง แจกกรรมการมีหลายสี ชมพู ส้ม แดง น้ำตาลดำและดำ(พระมีน้อยราคาแพง) ด้านหลังมีสามแบบ 1.ตัวมะใหญ่ 2.ตัวมะเล็ก 3.หลังเรียบ เนื้อดินอาถรรพ์ที่นำมาจัดสร้างได้แก่ ดิน 7 ป่าช้าดินโป่ง 7 โป่ง (ดินขุยปู) ดินเจ็ดท่า, ดินเจ็ดสวน, เจ็ดไร่, เจ็ดนา ไคลเสมาเจ็ดไคล เถ้าอังคารและ ผงพลายกุมารซึ่งสามารถเห็นเป็นชิ้นเซี้ยนเล็กๆสีขาวอยู่ทั่วองค์ ของท่านดีทางเมตตามหานิยม คงกระพัน แคล้วคลาด มหาเสน่ห์ โชคลาภเป็นเลิศ เด่นดังเรื่องค้าขายและป้องกันภัย >>>ดินเจ็ดป่าช้า คือดินในบริเวณป่าช้า7แห่งด้วยกันซึ่งจะเลือกเอาป่าช้าที่มีความหี้ยน >>> ดินเจ็ดโป่ง คือดินโป่งตามป่าดิบดินโป่งเป็นดินที่มีรศเค็มสัตว์ป่าจะมากินดินโป่งในเวลากลางคืน คนโบราณเชื่อว่าดินโป่งเป็นดินที่มีอาถรรพ์มากเพราะอยู่ในป่าลึกเป็นดินที่ได้จากขุยรูปู >>>ขุนแผนรุ่นแรก หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม เนื้อเดียวกับกุมารรุ่นแรก หลวงพ่อสร้างแจกทหารที่ไปรบสงครามอินโดจีน ล้วนรอดตายกัน มาพร้อมประสบการณ์มาก >>>ดินเจ็ดท่า คือดินที่ได้จากท่าน้ำต่างๆ7แห่งเพราะท่าน้ำนั้นมักมีคนสัญจรไปมาค้าขายหรือเดินทาง >>> ดินเจ็ดสวน.เจ็ดไร่,เจ็ดนา คือดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก สวนไหน ไร่ไหนมีผลผลิตดีก็เอาที่แห่งนั้นรวมให้ได้7แห่ง >>>ไคลเสมาเจ็ดไคล คือไคลเสมาที่ได้จากใบเสมาถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์เพราะได้ประกอบพิธีทางศาสนามามาก >>>เถ้าอังคาร คือเถ้าอังคารของผีตายวันเสาร์แล้วเผาวันอังคาร โบราณถือว่าแรง
...
|
|
02-พ.ค.-56
|
|
|
|
|
17
|
|
|
0.00
|
|
ตะกรุดพระเจ้า5พระองค์ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ เชือกเดิมสมบูรณ์มากทำด้วยเนื้อทองแดง ตะกรุดหลวงพ่อเดิม ลงจารด้วยนะโมพุทธายะ พร ะเจ้าห้าพระองค์ ขนาดยาว 6ซ.ม. 5ดอก พร้อมลูกคัน 6ชุด ชุดละ3รว ม18ลูก ร้อยเชือกเดิมๆ พุทธคุณท่านเด่นทาง เมตตามหานิยม
...
|
|
20-ม.ค.-56
|
|
|
|
|
18
|
|
|
0.00
|
|
>>>> หลวงพ่อเต๋ คงทอง>>>>>> พระพิมพ์ขุนแผน อินโดจีนรุ่นแรกหลวงพ่อเต๋ สร้างปี พ.ศ.2484 มีสองพิมพ์คือ พิมพ์ซุ้มเรือนแก้วมีกุมารทอง และพิมพ์ซุ้มเรือนแก้วไม่มีกุมารทอง แจกกรรมการมีหลายสี ชมพู ส้ม แดง น้ำตาลดำและดำ(พระมีน้อยราคาแพง) ด้านหลังมีสามแบบ 1.ตัวมะใหญ่ 2.ตัวมะเล็ก 3.หลังเรียบ เนื้อดินอาถรรพ์ที่นำมาจัดสร้างได้แก่ ดิน 7 ป่าช้าดินโป่ง 7 โป่ง (ดินขุยปู) ดินเจ็ดท่า, ดินเจ็ดสวน, เจ็ดไร่, เจ็ดนา ไคลเสมาเจ็ดไคล เถ้าอังคารและ ผงพลายกุมารซึ่งสามารถเห็นเป็นชิ้นเซี้ยนเล็กๆสีขาวอยู่ทั่วองค์ ของท่านดีทางเมตตามหานิยม คงกระพัน แคล้วคลาด มหาเสน่ห์ โชคลาภเป็นเลิศ เด่นดังเรื่องค้าขายและป้องกันภัย >>>ดินเจ็ดป่าช้า คือดินในบริเวณป่าช้า7แห่งด้วยกันซึ่งจะเลือกเอาป่าช้าที่มีความหี้ยน >>> ดินเจ็ดโป่ง คือดินโป่งตามป่าดิบดินโป่งเป็นดินที่มีรศเค็มสัตว์ป่าจะมากินดินโป่งในเวลากลางคืน คนโบราณเชื่อว่าดินโป่งเป็นดินที่มีอาถรรพ์มากเพราะอยู่ในป่าลึกเป็นดินที่ได้จากขุยรูปู >>>ขุนแผนรุ่นแรก หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม เนื้อเดียวกับกุมารรุ่นแรก หลวงพ่อสร้างแจกทหารที่ไปรบสงครามอินโดจีน ล้วนรอดตายกัน มาพร้อมประสบการณ์มาก >>>ดินเจ็ดท่า คือดินที่ได้จากท่าน้ำต่างๆ7แห่งเพราะท่าน้ำนั้นมักมีคนสัญจรไปมาค้าขายหรือเดินทาง >>> ดินเจ็ดสวน.เจ็ดไร่,เจ็ดนา คือดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก สวนไหน ไร่ไหนมีผลผลิตดีก็เอาที่แห่งนั้นรวมให้ได้7แห่ง >>>ไคลเสมาเจ็ดไคล คือไคลเสมาที่ได้จากใบเสมาถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์เพราะได้ประกอบพิธีทางศาสนามามาก >>>เถ้าอังคาร คือเถ้าอังคารของผีตายวันเสาร์แล้วเผาวันอังคาร โบราณถือว่าแรง
...
|
|
23-พ.ค.-56
|
|
|
|
|
19
|
|
|
0.00
|
|
24-ก.พ.-56
|
|
|
|
|
20
|
|
|
0.00
|
|
พระขุนแผนอินโดจีนรุ่นแรกหลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม
...
|
|
29-พ.ค.-56
|
|