พระกรุเนื้อชินเงิน เป็นพระเนื้อโลหะที่พบตั้งแต่สมัยทวาราวดีเป็นต้นมา แต่มักมีน้อย และไม่เป็นที่นิยมมากนัก จึงถือว่าเป็นพระระดับรองๆ หรือเป็นพระทดแทนเนื้ออื่นๆ เมื่อหาเนื้อหลักไม่ได้
องค์ประกอบของพระเนื้อชินเงินนั้น ดูเหมือนจะเป็น
-
โลหะผสมหลายชนิด
-
ไม่มีทอง และทองแดง
-
จึงมีสีเทาถึงเทาดำ
-
มีความแข็งมากกว่าเนื้อสำริด และแข็งกว่าเงิน
มีการเกิดสนิมน้อย มีการผุกร่อนจากผิวนอกในลักษณะการระเบิดออกเป็นจุดๆ โดยเฉพาะผิวที่อยู่ด้านนอกสุด จนเหลือแกนในเป็นเม็ดๆ

พระกันทรวิชัย ยุคทวาราวดี เนื้อชินเงิน หนัก ๘๐๐ กรัม
อายุกว่า ๑๓๐๐ ปี จึงมีสภาพการระเบิดทั้งองค์

ภาพใกล้ จะเห็นผิวที่เหลือของเนื้อชินเงินหลังกว่าพันปีของการกร่อน

พระบูชายุคลพบุรี เนื้อชินเงิน อายุประมาณพันปี

พระร่วงยืน ลพบุรี ชินเงิน สภาพเกือบสมบูรณ์ มีการกร่อนเล็กน้อย

พระบูชายุคทวาราวดี ชินเงิน ศิลปะคุปตะ
มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์
หรือ ทำให้มีลักษณะกร่อนเป็นแนว ที่สังเกตได้ง่าย ถ้ายิ่งเก่ามาก จะยิ่งระเบิดมาก ทั้งองค์ก็มี
ลักษณะสำคัญที่ต้องสังเกตคือ
-
ผิวปรอทหรือพรายเงิน
-
สนิมตีนกา เป็นเม็ดดำๆละเอียดยิบ
-
ทั้งสองอย่างอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืนกัน
แต่พรายเงินอาจหมดไปในพระที่เก่ามากๆ ที่จะต้องไปดูการระเบิดแบบธรรมชาติของผิว
ลักษณะพระโรงงานที่พบก็มีการทำเลียนแบบเนื้อสีเทาดำ
ที่ส่วนใหญ่ทำจากโลหะประเภทตะกั่ว แล้วบิดหรือราดกรดให้มีการปริแตก
ที่สามารถตรวจจากน้ำหนัก และขีดบนกระดาษขาว ถ้าเป็นตะกั่วจะออกดำแบบดินสอดำ
จึงสามารถสังเกตได้ง่าย จากเหลี่ยมมุมการแตกตามธรรมชาติ และการแกะให้ดูเหมือนการแตก
และโดยเฉพาะการอบให้แตกนั้น ยิ่งดูง่ายขึ้นไปอีก จึงไม่ซับซ้อน และไม่น่าเป็นกังวลที่จะทำให้เกิดความสับสน
และพระกลุ่มนี้ก็เป็นพระรองๆ ราคาต่ำ ฝีมือ หรือความพยายามในการปลอมจึงไม่สูงนัก ไม่น่าเป็นกังวลอะไร
ขอให้สังเกตตามตัวอย่างที่แสดงให้ดูครับ ไม่น่าจะพลาด
ขอให้โชคดีครับ