ตลาดพระ
รายการพระ
Gallery
การชำระเงิน
ประมูลพระ
โชว์พระ
ข่าวจากร้านค้า
ติดต่อร้าน
รับประกัน
ติชม
จัดส่ง
บทความร้านค้า
สินค้าทั่วไป
[ชื่อพระ]
หลวงปู่แสง วัดป่าช้า อุทัยธานี
[รายละเอียด]
มีเรื่องเล่าเกี่วกับหลวงปู่แสงว่าเมื่อท่านฉันเช้าแล้ว ท่านก็มักจะเข้ากุฏิปิดประตูเงียบ บรรดาลูกศิษ์ก็เกิดความสงสัยว่าหลวงปู่ท่านเข้าไปทำอะไร จึงพยามแอบดูกันต่างสังเกตเห็นว่าเมื่อหลวงปู่ปิดประตูกุฏิไม่นานนักก็เห็นเป็นไก่ป่าสีเผือกเกาะอยู่ตรงขอบหน้าต่างกุฏิท่านแล้วก็บินเข้าไปในป่า เมื่อเวลาบ่ายคล้อยจนเกือบเย็นไก่เผือกจึงบินกลับมาเข้ากุฏิ หลังจากไก่เผือกบินเข้ากุฏิไม่นานก็เป็นเวลาเดียวกันที่หลวงปู่ท่านมักจะออกมาสรงน้ำในช่วงนั้นพอดีทุกคราวไป หลวงปู่แสงเป็นพระเถราจารย์ยุคเก่าที่มีวัตรปฏิบัติและประวัติความเป็นมาที่มีความน่าสนใจสมควรแก่การศึกษาสืบค้นอีกรูปหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี เสียดายที่รายละเอียดต่างๆยังไม่มีการเรียบเรียงขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรไว้บ้างเลย ทราบแต่เพียงคร่าวๆว่า ท่านเป็นพระที่มีวิทยาคมสูงสามารถเสกกะลาครอบช้าง เสกผ้าอาบเป็นกระต่าย เสกใบไม้เป็นตัวสัตว์ต่างๆได้ อภิญญาทำนองนี้คล้ายกันกับประวัติของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงปู่ศุขท่านมรณะภาพปี พ.ศ.๒๔๖๖ แต่หลวงปู่แสงมรณะภาพในปี พ.ศ.๒๔๖๕ (อ้างอิงจากบันทึกของคุณตาเงิน ชลาภิรมย์ซึ่งเคยอาศัยอยู่กับหลวงพ่อสอนพระน้องชายหลวงปู่แสงในช่วงปีดังกล่าว) ถือได้ว่าเป็นพระเถราจารย์ในยุคเดียวกัน ซึ่งหลวงปู่แสงท่านอาจจะมีอาวุโสสูงกว่าก็เป็นได้ เมื่อประมวลจากเรื่องเล่าและหลักฐานบางประการแล้ว จึงนึกเอาได้ว่าหลวงปู่แสงท่านนี้น่าจะเป็นพ่อแม่ครูอาจารย์ต้นสายวิชาองค์สำคัญอีกท่านหนึ่งของสายอุทัยธานีเลยทีเดียว อีกทั้งวัดป่าช้าเองก็เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของเมืองอุทัยเก่าซึ่งเคยได้รับการสถาปนาเป็นหัวเมืองหน้าด่านมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา แถมยังมีปูชนียวัตถุและปูชนียสถานที่พอเป็นเครื่องสันนิษฐานได้ถึงความรุ่งเรืองอลังการในอดีต ปูชนียวัตถุประการหนึ่งนั่นก็คือตำราสมุดข่อยทั้งข่อยดำและข่อยขาว ซึ่งจากคำบอกเล่าของชาวบ้านทำให้ทราบว่าตำรับตำราของวัดป่าช้ามีอยู่มากมาย แม้หลายๆส่วนจะถูกเคลื่อนย้ายไปที่อื่นเป็นจำนวนมากแล้วก็ตาม เช่นที่เคลื่อนย้ายไปที่วัดห้วยรอบนั่นก็เป็นเล่มเกวียนๆเลยทีเดียว ได้ลองติดตามสอบถามสมภารวัดห้วยรอบดูก็ปรากฎว่ากระจัดกระจายออกไปไม่เหลือให้เห็นเสียแล้ว นี้ยังไม่ได้รวมที่อื่นๆอีกซึ่งไม่ทราบว่ามากเท่าใดและไปอยู่ที่ใดบ้าง ส่วนที่หลงเหลืออยู่ที่วัดนั้นภายหลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นของหลวงเรียบร้อยแล้ว ส่วนศาสนสถานนั้นหมายถึงเจดีย์ลอมฟางศิลปะแบบอยุธาตอนต้น ซึ่งในปัจจุบันพังทลายร่อยหรอจนไม่เหลือซากให้เห็นเสียแล้ว ภายในเจดีย์มีพระพิมพ์สมัยอยุธยาบรรจุอยู่มากมายหลายพิมพ์เช่น หลวงพ่อโต บางกระทิง ขุนแผนบ้านกร่าง ขุนไกร และพระแผง เป็นต้น จากหลักฐานดังกล่าวจึงพอสันนิษฐานได้ว่าเดิมทีคงเป็นวัดเก่าแก่และคงเป็นสำนักเรียนที่อาจจะแทบถือได้ว่าเป็นเสมือนสำนักตรรกศิลาแห่งหนึ่งในหัวเมืองนี้เลยทีเดียว มีเรื่องเล่าว่าในสมัยนั้นมีพ่อค้าควายชาวมอญอยู่คนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้มีคาถาอาคมและเป็นพ่อค้าควายรายใหญ่มีฐานะล่ำซำ ด้วยปริมาณควายที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เหลือกำลังที่จะใช้กำลังคนดูแลได้ทั่วถึง พ่อค้าควายผู้นี้จึงใช้กุมารเลี้ยง และดูแลควายแทน รวมไปถึงการป้องกันขโมยขโจรที่มีอยู่มากในสมัยนั้น แม้ว่าควายในบริเวณใกล้เคียงจะถูกพวกขโมยลักครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ควายของพ่อค้าควายผู้นี้ไม่มีหายซักกะตัว โจรรายไหนเข้ามาทำเกาะแกะเป็นอันต้องเจอดีเล่นเอาวิ่งหนีกระเจิงทุกรายไป ชาวบ้านต่างรู้จักกิตติศัพท์ความเฮี้ยนของกุมารตนนี้ดีในนาม กุมารโนนทอง ต่อมาเมื่อพ่อค้าควายผู้นี้เสียชีวิตลง จึงไม่มีใครควบคุมกุมารโนนทองตนนี้ไว้ได้ และเที่ยวไปก่อความวุ่นวายหลอกหลอนรบกวนชาวบ้านจนอยู่กันไม่เป็นสุข ในที่สุดเรื่องก็ทราบถึงหลวงปู่ ท่านจึงทำการกำหราบแล้วนำรูปกุมารนั้นมาอยู่กับท่าน หลังจากนั้นกุมารโนนทองก็เลิกเกรกมะเหรกเกเรไม่รังควาญชาวบ้านอีกเลย ทั้งยังช่วยเป็นกำลังสำคัญในการรับใช้และสนองงานหลวงปู่ด้วยดีเสมอมา แม้ในเหรียญของหลวงปู่ที่ทางวัดจัดสร้างขึ้นภายหลังในราวๆปี ๒๕๒๐ ก็ยังมีรูปกุมารโนนทองตนนี้นอนอยู่ด้านล่าง อาถรรพ์ของเหรียญรุ่นนี้มีเรื่องเล่าว่ามีพระรูปหนึ่งจำวัดอยู่กำลังเคลิ้มๆปรากฏว่าเห็นกุมารเหาะเข้ามาทางหน้าต่างรูปร่างสูงใหญ่และพูดสำเนียงแปลกๆคล้ายชาวมอญ พระรูปนั้นถามว่ามาจากไหน กุมารตนนั้นตอบว่า ก็มาจากเหรียญนั่นแหละ พร้อมกับชี้มือไปที่กองเหรียญ เหรียญรุ่นนี้จึงเป็นเหรียญขลังมากประสบการณ์อีกเหรียญหนึ่งแม้จะเป็นเหรียญที่สร้างขึ้นภายหลังก็ตาม หลวงปู่ท่านมีช้างดออยู่เชือกหนึ่งชาวบ้านเรีกกันว่า ไอ้ดอ เจ้าสีดอถือได้ว่าเป็นช้างคู่บุญคู่บารมีของหลวงปู่ แถมยังเป็นช้างแสนรู้ราวกับว่ามันฟังภาษามนุษย์เข้าใจ ความแสนรู้ของเจ้าดอนี้เล่ากันว่าเมื่อหลวงปู่ท่านจะไปไหน ท่านก็จะบอกจุดหมายปลายทางให้กับเจ้าดอ ต่อจากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าดอซึ่งมันสามารถพาหลวงปู่ไปถึงจุดหมายปลายทางได้ตามความประสงค์ของหลวงปู่ โดยที่ไม่ต้องมามัวบังคับซ้ายขวาแต่อย่างไรเลย เพียงแค่หลวงปู่บอกความประสงค์ต่อมันเท่านั้น หลังจากนั้นแล้วหลวงปู่จะนอนหลับเสียก็ได้เพราะเมื่อถึงจุดหมายแล้วเจ้าดอมันก็จะใช้งวงปลุกหลวงปู่เอง เจ้าดอมันรักและเคารพหลวงปู่มาก เมื่อมันรู้ว่าหลวงปู่มรณะภาพ มันก็เสียใจมากสังเกตได้ว่าจะมีอาการซึมเศร้าลงไปอย่างเห็นได้ชัด และมีน้ำตาไหลพรากออกมาอยู่ตลอดเวลา ไม่ยอมกินอาหารใดใดเลย เมื่อวันที่ทำการเผาศพหลวงปู่เจ้าดอมันยังได้รับใช้หลวงปู่จนวาระสุดท้าย ด้วยการแห่ศพหลวงปู่ก่อนทำการฌาปนกิจ ในครั้งนั้นมันจะไม่ยอมให้เอาศพหลวงปู่ลงจากหลังมันด้วยซ้ำ ต้องปะเหลาะประโลมวิงวอนกันต่างๆนานากว่าจะยอมได้ เมื่อเสร็จงานศพหลวงปู่แล้วเจ้าดอก็ตรอมใจตายตามหลวงปู่ไปอย่างน่าสลดใจ facebook : ฝุ่นดิน ท้องถิ่นนิยม line id : foondin
[ราคา]
22000.00
[ติดต่อเจ้าของร้าน
ฝุ่นดินท้องถิ่นนิยม
]
เบอร์โทรศัพท์ : -
,
เบอร์มือถือ : 084-7208460
หน้าแรก
|
การจัดการร้านค้า
|
กระดานแจ้งข่าวสาร
|
รับประกันพระแท้
|
คำถาม-คำตอบ
|
ติดต่อเรา
2002 - 2013 TARADPRA.COM All Rights Reserved
หน้านี้ใช้เวลาในการแสดงผล 0.2968774 วินาที