ร้านฝุ่นดินท้องถิ่นนิยม
1
พระพิมพ์หลวงพ่อเคลือบ วัดบ่อแร่
[ชื่อพระ] พระพิมพ์หลวงพ่อเคลือบ วัดบ่อแร่
[รายละเอียด] พระพิมพ์เนื้อชินตะกั่วนั้น เริ่มสร้างราวๆปี พ.ศ.๒๔๙๗ หลวงพ่อพระครูบุญธรรมจำได้ว่าสร้างถัดมาจากรูปถ่ายห้อยคอทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ซึ่งออกในปี พ.ศ.๒๔๙๖ ปฐมเหตุนับเนื่องมาจากคุณยายฟอง ชาวบ้านบ่อแร่แกพบก้อนแร่ในพื้นที่นาของแกโดยบังเอิญจึงนำมาถวายหลวงพ่อ ก้อนแร่นี้มีลักษณะค่อนข้างกลม ขนาดสักประมาณผลมะตูม การนำก้อนแร่มาเทเป็นองค์พระนี้ก็เป็นความคิดริเริ่มของพระสมุห์บุญช่วย เพราะลำพังหลวงพ่อนั้นท่านไม่มีความคิดทำนองนี้เลย แต่ท่านก็มีเมตตามิได้ขัดศรัทธาแต่อย่างไร โดยส่วนตัวท่านมีแต่ความงดงามในศีลาจารวัตรและความมั่นคงองอาจในธรรมปฏิบัติ เป็นของมงคลประจำตัวท่านที่แจกจ่ายให้แก่ผู้ที่ได้มาประสบพบเห็นอย่างไม่มีวันหมดสิ้น พระครูวิชัยสุตาทร (หลวงพ่อบุญธรรม จันทโน) วัดปากคลองฯเป็นผู้มีส่วนร่วมในการจัดสร้างพระพิมพ์ในครั้งนั้นเล่าให้ฟังว่า เป็นพระพิมพ์ที่เทหล่อกันเองที่วัด โดยมีพระมหาชัยสิทธ์(อ้วน) (ภายหลังย้ายมาอยู่วัดปากคลองฯและต่อจากนั้นได้เป็นสมภารอยู่ที่วัดวิจิตรตระการนิมิต ฝั่งธนฯ) เป็นคนแกะแม่พิมพ์จากหินมีดโกนพอแกะเป็นรูปเป็นร่างเข้าหน่อยก็ทดลองนำดินเหนียวมากดดูว่าทรงพิมพ์จะออกมาเป็นอย่างไร หากยังดูเคอะเขินอยู่บ้าง ก็ทำการแก้ไขใหม่จนกระทั่งได้รูปทรงพอดูได้ จึงนำมาใช้เป็นแม่พิมพ์ ดังจะเห็นได้ว่ารูปแบบทรงพิมพ์ไม่สู้จะสวยสดงดงามเท่าใดนัก เพราะเป็นฝีมือแบบช่างจำเป็นหรือที่โดยมากเรียกกันว่าฝีมือช่างชาวบ้าน(ต่างกันก็ตรงในที่นี้พระเป็นผู้แกะพิมพ์เองไม่ใช่ชาวบ้านจะเรียกว่า ฝีมือพระบ้านนอกก็ไม่ผิดนัก) แต่แม้ทรงพิมพ์จะไม่สะไม่สวยเหมือนดังฝีมือของช่างมืออาชีพหรือฝีมือช่างหลวงแต่ก็เต็มไปด้วยพลังศรัทธาและเจตนาที่เป็นกุศลอย่างเปี่ยมล้น ซึ่งการเทพระพิมพ์ตะกั่วในครั้งแรกนี้ ท่านว่ามีแม่พิมพ์อยู่เพียงสองอันเท่านั้นคือแบบพิมพ์สี่เหลี่ยมซุ้ม บร.กับพิมพ์สามเหลี่ยม เป็นแม่พิมพ์ที่ใช้แบบเททีละองค์ กรรมวิธีการเทก็คือจะมีคนเคี่ยวตะกั่วคนหนึ่ง ซึ่งตะกั่วส่วนใหญ่นั้นใช้ตะกั่วเกียบเป็นหลัก ตะกั่วเกียบก็คือตะกั่วที่ใช้ในงานบัดกรีมีลักษณะเป็นแท่งๆและมีความบริสุทธิ์สูงกว่าตะกั่วน้ำนมนำมาหุงโดยใช้กระทะเหล็กเมื่อหลอมละลายจนเหลวได้ที่แล้วจึงใช้เหล็กคีบก้อนแร่หย่อนลงไปแตะให้ละลายปนไปทีละนิดเอาแค่พอเป็นกระสาย ให้ได้ชื่อว่ามีแร่โบราณนั้นผสมอยู่บ้างก็มีความเชื่อว่าทรงอานุภาพนักหนาแล้ว และเมื่อเคี่ยวได้ที่แล้วก็นำมาเทใส่แม่พิมพ์ อีกคนคอยใช้ผ้าม้วนๆเพื่อป้องกันความร้อนกดทับทางด้านหลังขององค์พระเพื่อให้องค์พระติดคมชัดและเพื่อเป็นการประหยัดเนื้อตะกั่วด้วยอีกประการหนึ่ง ดังนั้นจึงมักปรากฏเนื้อเกินออกมาอันเกิดจากแรงกดจึงทำให้เนื้อตะกั่วที่ยังอ่อนตัวอยู่นั้นปลิ้นออกมาทางด้านข้าง ส่วนอีกคนคอยแคะโดยใช้ช้อนสังกะสีบ้างปลายตะปูแหลมๆบ้างแคะองค์พระออกจากแม่พิมพ์ แล้วปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งโลหะเย็นตัวลง ขั้นตอนสุดท้ายจึงนำองค์พระที่เย็นตัวลงแล้วนั้นนำมาตัดด้วยกรรไกร ที่ใช้กรรไกรได้เพราะขอบขององค์พระที่ปลิ้นโผล่พ้นแม่พิมพ์มานั้นมีความบางมากไม่ต้องถึงกับใช้สิ่ว เศษตะกั่วที่ถูกตัดออกมาจากองค์พระก็นำไปหลอมรวมใหม่ ถึงแม้จะเป็นเศษเล็กเศษน้อยก็ไม่มีการปล่อยปละละเลยเด็ดขาด นี่เป็นความละเอียดอ่อนและเข้มงวดของหลวงพ่อท่านอีกประการหนึ่ง สับเปลี่ยนหมุนเวียนทำกันอยู่อย่างนั้น ว่างช่วงไหนก็ค่อยๆทำกันไป ใช้เวลาทำอยู่ประมาณสี่เดือนเพราะเริ่มทำกันตั้งแต่เข้าพรรษาออกพรรษาแล้วก็ยังทำต่ออีกเกือบเดือน เมื่อถึงคราวงานวัด พวกกรรมการวัดจะนำพระพิมพ์ตะกั่วเหล่านี้ออกมาให้ทำบุญองค์ละ ๑ บาทในสมัยนั้น จำแนกออกเป็น ๑๑ พิมพ์ดังนี้คือ ๑.พิมพ์สี่เหลี่ยมซุ้ม บร. ๒.พิมพ์สมเด็จข้างเรียบพิมพ์เล็กฐาน ๗ ชั้น ๓.พิมพ์สมเด็จซุ้มเรือนแก้วพิมพ์ใหญ่ฐาน ๗ ชั้น อกตัน ๔.พิมพ์สมเด็จซุ้มเรือนแก้วพิมพ์เล็กฐาน ๗ ชั้น อกร่อง ๕.พิมพ์สามเหลี่ยมหน้าจั่วพิมพ์ใหญ่ฐาน ๓ ชั้น ๖.พิมพ์สามเหลี่ยมหน้าจั่วพิมพ์กลางฐาน ๓ ชั้น ๗. พิมพ์สามเหลี่ยมหน้าจั่วพิมพ์เล็กฐานชั้นเดียว ๘.พิมพ์สามเหลี่ยมหน้าจั่วนางพญาพิมพ์ฐานตาราง ๙.พิมพ์เล็บมือ(ใบมะขาม) พิมพ์ใหญ่ ๑๐.พิมพ์เล็บมือ(ใบมะขาม) พิมพ์กลาง ๑๑.พิมพ์เล็บมือ(ใบมะขาม) พิมพ์เล็ก สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากกระทู้นี้ครับ ประวัติและประมวลภาพ หลวงพ่อเคลือบ วัดบ่อแร่ จ.ชัยนาท ตามลิ้งค์นี้ http://sitluangporguay.com/forum/index.php/topic,11221.0.html?PHPSESSID=8a9fb8b3aa7515393c00fb328c9aef75 facebook : ฝุ่นดิน ท้องถิ่นนิยม line id : foondin
[ราคา] 99999.00
[ติดต่อเจ้าของร้านฝุ่นดินท้องถิ่นนิยม] เบอร์โทรศัพท์ : - , เบอร์มือถือ : 084-7208460
 
 
 2002 - 2013 TARADPRA.COM All Rights Reserved
หน้านี้ใช้เวลาในการแสดงผล 0.2031182 วินาที